บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด  (ซึ่งต่อไปนี.จะเรียกว่า “บริษัทฯ”) ได้จัดทำนโยบายความเป็นส่วนตัวสําหรับกรรมการและผู้ถือหุ้นผู้ถือหุ้นฉบับนี้ (“นโยบายความเป็นส่วนตัว”) ให้กับผู้ถือหุ้น ผู้รับมอบฉันทะบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล ผู้ดูแลรับฝากทรัพย์สิน กรรมการบริหาร กรรมการบริษัท (“ท่าน”) เพื่ออธิบายถึงวิธีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการแก้ไขเพิ่มเติมนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้.เป็นครั้งคราว เราจะแจ้งให้ท่านทราบเมือมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขเพิ่มเติมที่มีนัยสําคัญต่อนโยบายฉบับนี้ ตามช่องทางที่เหมาะสม ทั้งนี้ เราขอความกรุณาให้ท่านตรวจสอบการแก้ไขนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้อยู่เสมอ

1. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

  • การตรวจสอบ ยืนยันตัวตน และการดําเนินการตามคําขอของท่าน
  •  การติดต่อ ประสานงาน ประชาสัมพันธ์ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้แก่ท่าน
  • การจัดประชุมผู้ถือหุ้น และการดําเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการออกเสียงลงคะแนนและการนับคะแนนเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  • การจัดทําเอกสารทะเบียนผู้ถือหุ้น หรือการจัดทําเอกสารสิทธิในการถือครอง หรือการโอน การออกใบหุ้น ใบหลักทรัพย์ใหม่ และ/หรือ การแตกใบหุ้น ใบหลักทรัพย์ การซื้อขาย และ/หรือการแลกเปลี่ยนหุ้นหรือหลักทรัพย์
  • การดําเนินการจ่ายเงินปันผล
  • การตอบรับและปฏิบัติตามคําขอและคําสั่งทางกฎหมายจากหน่วยงานรัฐ และ/หรือหน่วยงานผู้กํากับดูแลที่เกี่ยวข้อง
  • การใช้สิทธิหรือปกป้องประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทฯ ตามที่จําเป็น เช่น เพื่อตรวจสอบและป้องกันการฉ้อโกง อาชญากรรม หรือการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
  • ความปลอดภัยและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยในธุรกิจของบริษัทฯ ความมั่นคงปลอดภัยและการรักษาความปลอดภัยในบริเวณ ที่ดิน หรือสิ่งปลูกสร้างของบริษัทฯป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย สุขภาพ หรือทรัพย์สินของท่านหรือของบุคคลอื่น (แล้วแต่กรณี) เช่น เพื่อการควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาดในกรณีที่ท่านไม่แจ้งข้อมูลส่วนบุคคลบางประการให้แก่บริษัทฯ เราอาจไม่สามารถดำเนินการเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้ และ/หรืออาจไม่สามารถอนุญาตให้ท่านเข้าร่วมการประชุมที%บริษัทฯ จัดขึ้นได้

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหลากหลายประเภท โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯเก็บรวบรวมนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่แตกต่างกันออกไป

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลใดๆ ที่เกี่ยวกับท่านที่ระบุหรือสามารถระบุตัวตนของท่านได้ ตามที่ระบุไว้ข้างล่างนี้ ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที%ราได้รับโดยตรงจากท่าน หรือโดยอ้อมจากช่องทางอื่น ๆ

“ข้อมูลส่วนบุคลคละเอียดอ่อน” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที%กฎหมายจัดว่าเป็นข้อมูลประเภทที%ละเอียดอ่อน บริษัทฯจะเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และ/หรือ โอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของท่าน ในกรณีที่บริษัทฯได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งของท่าน หรือเท่าที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ เท่าที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบของท่าน บริษัทฯ จะทําการเก็บ รวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามหมวดหมู่และประเภทดังต่อไปนี.

  • ข้อมูลที่ระบุตัวตน เช่น ชื่อ-นามสกุล เพศ สัญชาติ วันเดือนปีเกิด รูปถ่าย ภาพถ่าย เสียงบันทึก ลายมือชื่อ สําเนาหรือข้อมูลตามเอกสารทางราชการที่ออกโดยหน่วยงานภาครัฐ (เช่น บัตรประจําตัวประชาชน หนังสือเดินทาง บัตรประจําตัวข้าราชการ หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล หนังสือการรับอนุญาตประกอบกิจการ ใบอนุญาตขับขี่ หมายเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากร รายละเอียดการมอบฉันทะ (เช่น ชื่อ-นามสกุล ทีอยู่ของผู้มอบฉันทะชื่อกรรมการอิสระของบริษัทฯ ข้อมูลการลงมติในที่ประชุม (เช่น การใช้สิทธิออกเสียงของท่านในแต่ละวาระ)
  • ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน หมายเลขโทรศัพท์ และอีเมล
  • ข้อมูลการเงินและหลักทรัพย์ เช่น รายละเอียดการถือหุ้น / หลักทรัพย์ (เช่น บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ จํานวนที่ถือหมายเลข ประเภท สัดส่วนการถือ) จํานวนเงินปันผล รายละเอียดตามเอกสารและสัญญาที่เกี่ยวข้อง (เช่นสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ใบหุ้น)
  • ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลสุขภาพ (เช่น แบบสอบถามคัดกรองและควบคุมโรคติดต่อหรือโรคระบาด)

3.    การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัทฯ ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

(1) ฐานสัญญา การเข้าทําและการปฏิบัติตามสัญญา

(2) ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย

(3) ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัทหรือของบุคคลอื่นซึ่งได้สัดส่วนกับผลประโยชน์และสิทธิขั้นพื้นฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

(4) การป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

(5) ประโยชน์สาธารณะ เพื่อการปฏิบัติหน้าที่ในการด เนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือเพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการใช้อำนาจของหน่วยงานรัฐที่ได้รับมอบหมาย

(6) ฐานการก่อตั้ง หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายในอนาคต และ/หรือ ฐานทางกฎหมาย

อื้นๆ ที้บริษัทฯ สามารถอาศัยได้ตามกฎหมายที้เกี้ยวข้อง

4.    การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

          เพื่อที่จะดําเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ข้างต้น บริษัทฯ อาจจะมีการเปิดเผยข้อมูลของท่านไปยังบุคคลภายนอก ซึ่งอาจรวมถึงแต่ไม่จํากัดเพียงบริษัทอื่น ๆ ภายในโรงพยาบาลเครือข่ายของโรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล พันธมิตรทางธุรกิจของบริษัทฯ ธนาคาร สถานบันการเงิน บริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์(ประเทศไทย) จํากัด ผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้อง (เช่น ผู้ให้บริการด้านการจัดการประชุม) หน่วยงานรัฐ (เช่น กระทรวงพาณิชย์ สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยศาลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดําเนินคดีและ/หรือหน่วยงานผู้กํากับดูแลที่เกี่ยวข้อง) ที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญผู้ให้บริการทางวิชาชีพ และบุคคลอื่นที่จําเป็นเพื%อให้สามารถดําเนินการตามวัตถุประสงค์การเก็บรวบรวมและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามที%ระบุไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัวนี้

5.       การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

          บริษัทฯอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลที%อยู่ภายนอกประเทศไทยซึ่งประเทศปลายทางอาจไม่มีระดับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้องมูลส่วนบุคคลเท่าเทียมกับประเทศไทย บริษัทฯ จะดําเนินการตามมาตรการเพือจะทําให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกโอนไปยังต่างประเทศโดยปลอดภัยและผู้รับมีมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เพียงพอ หรือเป็นไปตามเงื่อนไขตามที่กฎหมายกําหนด  บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่าน หากเราจําเป็นต้องได้รับความยินยอมของท่านในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศตามที่กฎหมายกําหนด

6.       การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯจะไม่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ในรูปแบบที่สามารถระบุตัวตนของท่านได้เป็นระยะเวลานานเกินกว่าที่จําเป็นสําหรับวัตถุประสงค์ในการเก็บรวมรวม ใช้ หรือเปิดเผย ตามที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกําหนดไว้ในเรื่องของระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานขึ้นหากกฎหมายที่ใช้บังคับกําหนด

7.    สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ จะเคารพสิทธิของท่านและจะดำเนินการตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้สถานการณ์บางประการ อย่างทันท่วงที โดยท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

6.1    สิทธิในการขอถอนความยินยอม

        ในกรณีที่บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมที่จะให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปหากบริษัทฯ สามารถใช้ฐานอื่นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

6.2    สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิในการขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัทฯ

6.3    สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์

6.4    สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ในกรณีที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป โดยท่านสามารถใช้สิทธิในการขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลนี้ควบคู่ไปกับสิทธิในการคัดค้านในข้อถัดไป อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธินี้จะต้องไม่เป็นการใช้สิทธิเพื่อขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด โดยบริษัทฯ จะพิจารณาแต่ละคำขอด้วยความระมัดระวังตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

6.5    สิทธิในการคัดค้าน

        ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ประมวลผลภายใต้ฐานผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากบริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การบันทึกและวิเคราะห์ลักษณะทางจิตวิทยาและพฤติกรรมของบุคคล (Profiling)

6.6    สิทธิในการขอให้มีการระงับการประมวลผล

        ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านชั่วคราว เช่น เมื่อท่านต้องการให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หรือเมื่อท่านร้องขอให้บริษัทฯ พิสูจน์เหตุผล หรือฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

6.7    สิทธิในการส่งหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

        ในบางกรณี ท่านสามารถขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่สามารถใช้งานโดยทั่วไปได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น สิทธิดังกล่าวนี้จะใช้ได้เฉพาะในกรณีของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านส่งมอบให้แก่บริษัทฯ และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้กระทำโดยอาศัยความยินยอมของท่าน หรือในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการประมวลผลเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามภาระข้อผูกพันภายใต้สัญญาได้

6.8    สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน

        ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ท่านเห็นว่า บริษัทฯ หรือพนักงานของบริษัทฯ หรือผู้ให้บริการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือประกาศอื่น ๆ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับดังกล่าว ท่านอาจใช้สิทธิข้างตนของท่านได้ตลอดเวลา โดยติดต่อบริษัทฯ ผ่านทางช่องทางการติดต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 9.

บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลบางประการจากท่านเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของท่านและรับรองสิทธิของท่านในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (หรือเพื่อใช้สิทธิอื่นใด) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยที่จะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว

บริษัทฯ จะใช้ความพยายามในการตอบกลับคำขอที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดภายใน 30 วัน ในบางกรณี บริษัทฯ อาจใช้เวลามากกว่า 30 วันหากคำขอของท่านมีความซับซ้อน หรือท่านยื่นคำขอเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งคำขอ ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบและจะทำการแจ้งสถานะของคำขอให้ท่านทราบอยู่เสมอ

8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Safeguards) มาตรการเชิงการบริหารจัดการ (Administrative Safeguards) และเชิงกายภาพ (Physical Safeguards) เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของเรา

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดยทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเราได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม ทั้งนี้ โดยพิจารณาดำเนินการสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2563 และ ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 รวมทั้งประกาศหรือคำสั่งอื่นของทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

9. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

            เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทฯ จะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บน เว็บไซต์ของบริษัทฯ

10. การติดต่อ / แจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล ในกรณีที่ท่านแจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหลมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือความกังวลเกี่ยวกับหลักการนี้ หรือท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ ตามช่องทางดังต่อไปนี้ 
คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หมายเลขโทรศัพท์ : (+66 )42-611-2222 ต่อ 541
อีเมล์แอดเดรส :  dpoofficer@mukinter.com
ช่องทางการขอใช้สิทธิ์ https://www.mukinter.com/RequestDSR
ช่องทางการแจ้งการละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล : https://www.mukinter.com/ReportPDB

1. ข้อความเบื้องต้น

1.1 ประกาศความเป็นส่วนตัวสำหรับพันธมิตรทางธุรกิจนี้  อธิบายวิธีการที่บริษัท XXX จำกัด (ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “บริษัทฯ”)  เก็บรวบรวม ใช้ เก็บรักษา เปิดเผย และ/หรือโอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของพนักงาน ผู้รับจ้าง บุคลากร ผู้ที่มีอำนาจ กรรมการ ผู้ถือหุ้น และ ผู้ติดต่ออื่นๆ (“ท่าน” หรือ “ของท่าน”) ของพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท (เช่น ผู้จัดหาผลิตภัณฑ์/บริการ (Supplier) ผู้ขาย (Vendor)  ผู้ให้บริการและผู้รับจ้าง (Service Provider and Outsourcer)) (แต่ละรายเรียกว่า “พันธมิตรทางธุรกิจ”)  ซึ่งรวมถึงข้อมูลของบุคคลที่สามใดๆ ที่ท่านให้ไว้กับบริษัทเพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

1.2 ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ใช้กับช่องทางการสื่อสารทั้งออนไลน์หรือออฟไลน์ที่บริษัทเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ไม่ว่าต่อหน้า จากสถานแสดงสินค้าเพื่อจำหน่าย (Showroom) โรงงาน สถานประกอบการของบริษัท งานกิจกรรม ทางโทรศัพท์ ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) หรือทางออนไลน์ผ่านทางอีเมลหรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (เช่น Webpage Facebook หรือ Line) และช่องทางอื่นใดที่เกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ

1.3 เพื่อวัตถุประสงค์ของประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ “ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนได้ตามที่นิยามไว้ในกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งประกอบด้วยข้อมูลส่วนบุคคลแบบทั่วไปและข้อมูลส่วนบุคคลแบบอ่อนไหว 

1.4. บริษัทฯ มีความมุ่งมั่นในการดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่าความเป็นส่วนตัวของท่านจะได้รับความคุ้มครองและเพื่อให้มั่นใจว่าการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะเป็นไปตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง (ซึ่งอาจมีการแก้ไขเพิ่มเติมหรือมีการออกกฎหมายใหม่เพื่อใช้บังคับแทนเป็นครั้งคราว) เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในประเทศที่บริษัทเข้าไปและมุ่งหมายจะเข้าไปดำเนินธุรกิจ  บริษัทฯ จะเก็บรวบรวม ใช้ เก็บรักษา เปิดเผย และโอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามประกาศความเป็นส่วนตัวนี้เท่านั้น

1.5. โปรดอ่านเนื้อหาต่อไปนี้อย่างระมัดระวังเพื่อทำความเข้าใจมุมมองและการปฏิบัติของบริษัทฃเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านและวิธีการที่บริษัทจะประมวลผลข้อมูลดังกล่าว ข้อมูลบางประการเกี่ยวกับท่านมีความจำเป็นหรือถูกบังคับตามกฎหมายในด้านความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่บริษัทมีอยู่ในปัจจุบันและอาจมีขึ้นในอนาคต หากท่านไม่ตกลงที่จะให้ข้อมูลดังกล่าว บริษัทจะไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือภาระผูกพันของบริษัทแก่ท่านได้

1.6. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ โดยมีดุลยพินิจแต่เพียงผู้เดียวในการปรับเปลี่ยน แก้ไข ลบ และปรับปรุงประกาศความเป็นส่วนตัวนี้เป็นครั้งคราว บริษัทฯ จะใช้ความพยายามตามสมควรเพื่อแจ้งให้ท่านทราบและในลักษณะที่เหมาะสมถึงการปรับเปลี่ยนสำคัญที่มีต่อข้อกำหนดใดก็ตามในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ (เช่น จัดส่งนโยบายที่แก้ไขให้ท่านทางอีเมล พร้อมระบุวันที่มีผลบังคับครั้งใหม่ หรือประกาศข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทางเว็บไซต์ของบริษัท)

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่าน

บริษัทอาจมีการเก็บรวบรวมหรือรับข้อมูลประเภทดังต่อไปนี้  ซึ่งอาจรวมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยตรงหรือโดยอ้อมจากท่านหรือแหล่งข้อมูลอื่นๆ จากหน่วยงานรัฐบาล หรือจากแหล่งข้อมูลสาธารณะอื่นๆ ทั้งนี้  ตัวอย่างข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจมีการเก็บรวบรวมมีดังนี้

2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ซึ่งรวมถึง ข้อมูลที่เกี่ยวกับท่านที่ท่านให้ไว้กับบริษัทด้วยการสื่อสารกับบริษัทหรือข้อมูลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากท่าน ข้อมูลดังกล่าวอาจรวมถึง แต่ไม่จำกัดเฉพาะ

     (ก) ข้อมูลที่ระบุตัวตน เช่น คำนำหน้าชื่อ ชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น เพศ อายุ วันเกิด สัญชาติ สถานภาพการสมรส รูปถ่าย ข้อมูลเกี่ยวกับงาน (เช่น ตำแหน่ง ประเภทของผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัทที่ท่านทำงานให้ หรือได้รับการจ้างงาน หรือที่ท่านมีหุ้นส่วน) สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาหนังสือเดินทาง สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาใบอนุญาตทำงาน หรือเอกสารระบุตัวตนอื่นที่คล้ายกันที่ออกโดยรัฐบาล ลายมือชื่อ บันทึกจากกล้องวงจรปิด ข้อมูลยานพาหนะ (เช่นสำเนาใบคู่มือจดทะเบียนยานพาหนะ หมายเลขทะเบียนรถ ยี่ห้อ และสี) ข้อมูลทางการเงิน (เช่นชื่อบัญชีและหมายเลขสมุดบัญชีธนาคาร) และเอกสารระบุตัวตนอื่น

    (ข) ข้อมูลเพื่อการติดต่อ เช่น หมายเลขโทรศัพท์ หมายเลขโทรสาร ที่อยู่ไปรษณีย์ สถานที่ทำงาน ที่อยู่อีเมล Line ID และข้อมูลอื่นที่คล้ายกัน

    (ค) ข้อมูลที่ละเอียดอ่อน เช่น ศาสนาที่ระบุในบัตรประจำตัวประชาชน เชื้อชาติในเอกสารการยืนยันตัวตน ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือ การจดจำใบหน้า หรือข้อมูลการจดจำม่านตา) และประวัติอาชญากรรม

    (ง) ข้อมูลตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ เช่น ตำแหน่งยานพาหนะ และ/หรือ อุปกรณ์ และ/หรือ อุปกรณ์สื่อสาร และ/หรือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (ซึ่งรวมถึงข้อมูลลองจิจูด/ละติจูด ตำแหน่งของเมือง และถนน)

    (จ) พฤติกรรมการขับขี่ยานพาหนะ เช่น ความเร็วที่ใช้ในการขับขี่ยานพาหนะ พฤติกรรมการเหยียบเบรก

    (ฉ) ข้อมูลอื่น ๆ ที่เก็บรวบรวม ใช้ เก็บรักษา เปิดเผย และ/หรือโอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและพันธมิตรทางธุรกิจ เช่น ข้อมูลที่ท่านให้ไว้ในสัญญา แบบฟอร์ม แบบสำรวจต่าง ๆ หรือ เอกสารต่าง ๆ

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่น เช่น ผู้ติดต่อกรณีฉุกเฉิน บุคคลอ้างอิง ตัวแทน/ผู้แทน ผู้รับผลประโยชน์ ผู้ค้ำประกัน พยาน หรือคู่กรณี ซึ่งรวมถึง ชื่อ อีเมล ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์/โทรศัพท์มือถือของบุคคลดังกล่าว และข้อมูลอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับบุคคลใดที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทในทุกรูปแบบ

ในการให้ข้อมูลของบุคคลที่สามแก่บริษัท ท่านรับรองและรับประกันว่าท่านมีอำนาจในการกระทำดังกล่าว และอนุญาตให้บริษัทใช้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวตามนโยบายส่วนบุคคลนี้ นอกจากนี้ ท่านยังมีหน้าที่ในการแจ้งให้บุคคลเหล่านั้นทราบถึงประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ และ/หรือขอความยินยอมจากบุคคลเหล่านั้น หากจำเป็น

แม้ว่าข้อมูลใดภายใต้ข้อ 2. อาจไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล แต่ถ้ารวมกับข้อมูลอื่นหรือข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลดังกล่าวอาจใช้ระบุตัวตนท่านได้ จึงถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลได้เช่นกัน ดังนั้น บริษัทจะปฏิบัติกับข้อมูลนี้โดยใช้มาตรฐานเดียวกับข้อมูลส่วนบุคคล อย่างไรก็ตาม หากบริษัทประมวลผลข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้หรือในรูปแบบที่รวมผลข้อมูลซึ่งไม่สามารถระบุตัวตนท่านได้อีกต่อไป ในกรณีนี้ ประกาศความเป็นส่วนตัวนี้จะไม่ใช้บังคับ

3.  การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลและฐานทางกฎหมาย

บริษัทฯ และบุคคลที่สามที่อาจกระทำการแทนบริษัท อาจเก็บรวบรวม ใช้ เก็บรักษา เปิดเผย และ/หรือโอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่ได้อธิบายไป โดยอาศัยฐานทางกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

3.1  ฐานความยินยอม (Consent) หรือฐานความยินยอมโดยชัดแจ้ง (Explicit Consent)  

                เพื่อเก็บรวบรวม ใช้ เก็บรักษา เปิดเผย และ/หรือโอนไปยังต่างประเทศซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ ดังจะกล่าวต่อไปนี้ ซึ่งเป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องการขอความยินยอม ซึ่งได้แก่  ศาสนาที่ระบุ (ในบัตรประจำตัวประชาชน) เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตน เชื้อชาติ (ในเอกสารยืนยันตัวตน) เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตน ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ลายนิ้วมือ การจดจำใบหน้า หรือข้อมูลการจดจำม่านตา) เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและยืนยันตัวตน  ประวัติอาชญากรรม เพื่อความมั่นคง ปลอดภัย และการป้องกันประโยชน์ของบริษัท หรือประโยชน์ของบุคคลที่สาม ทั้งนี้ หากฐานทางกฎหมายคือความยินยอม ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมได้ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้และภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ ทั้งนี้ การถอนความยินยอมจะไม่กระทบต่อความชอบด้วยกฎหมายของการเก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้มาโดยอาศัยความยินยอมของท่านก่อนที่จะถอนความยินยอม

3.2  ฐานสัญญา (Contract)

               หากบริษัทมีความจำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามที่กฎหมายกำหนด หรือเพื่อเข้าทำหรือปฏิบัติตามสัญญาที่บริษัทมีกับท่าน แต่ท่านไม่สามารถให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัทเมื่อบริษัทร้องขอ บริษัทอาจไม่สามารถดำเนินการตามวัตถุประสงค์ตามที่ระบุข้างต้นได้ และในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นต้องได้รับความยินยอมจากท่านในการดำเนินกิจกรรมที่มีการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะขอความยินยอมจากท่านในเรื่องดังกล่าวเป็นรายกรณีไป เช่น

     (ก) การคัดเลือกพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อประเมินความเหมาะสมและท่านสมบัติของท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อการอำนวยความสะดวกในการร่วมประมูล เพื่อออกคำขอใบเสนอราคา และเพื่อทำสัญญากับท่านและพันธมิตรทางธุรกิจ

     (ข) วัตถุประสงค์ทางธุรกิจ เพื่อการติดต่อ ริเริ่ม หรือบริหารความสัมพันธ์เชิงสัญญากับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสื่อสารกับท่านและพันธมิตรทางธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และ/หรือ บริการ เพื่อดำเนินธุรกรรมที่ทำขึ้นโดยพันธมิตรทางธุรกิจ (เช่น การนำส่ง การแลกเปลี่ยนและส่งคืนสินค้า การออกใบแจ้งราคาและใบเสร็จรับเงิน) และเพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันและ/หรือตามคำขอของพันธมิตรทางธุรกิจ

     (ค) การบริหารความสัมพันธ์ เพื่อสร้างรหัสผู้ขาย เพื่อจดทะเบียนในรายชื่อ / สารบบของพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อให้บริการสนับสนุน ติดตามและจัดทำบันทึก เพื่อให้บัตรเข้าออกอาคารและบัตรจอดรถแก่ท่าน และเพื่อเชิญพันธมิตรทางธุรกิจเข้าร่วมงาน / กิจกรรมต่าง ๆ

     (ง) การจดทะเบียนและยืนยันตัวตน เพื่อจดทะเบียน ตรวจสอบ ระบุตัวตน และพิสูจน์ยืนยันตัวท่านหรือตัวตนของท่าน

     (จ) การสื่อสารด้านการตลาด เพื่อแจ้งข้อมูลให้ท่านทราบเกี่ยวกับการสื่อสารด้านการตลาด กิจกรรมต่างๆ การขาย การประชาสัมพันธ์ การบอกกล่าว ข่าวสาร การส่งเสริมการขาย ข้อเสนอพิเศษ การจัดแสดงสินค้า การจัดซื้อและการสนับสนุน กิจกรรมพิเศษ และการตลาดแบบตรง

     (ฉ) การดำเนินธุรกิจ เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยการเก็บรักษาบันทึกภายใน การจัดการภายใน การสอบบัญชี การรายงาน การส่งหรือยื่นข้อมูล การประมวลผลข้อมูล หรือกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้องหรือคล้ายกัน

3.3  ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)

     เช่น เพื่อให้วัตถุประสงค์ให้เกิดความปลอดภัย ป้องกันความเสี่ยง แก้ไขความขัดแย้ง เพื่อบันทึกและจัดการข้อพิพาท หรือเพื่อดำเนินการป้องกันอาชญากรรมหรือการทุจริต เป็นต้น

3.2  ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)

     บริษัทใช้ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย เพื่อประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามภาระผูกพันที่กฎหมายกำหนด สิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายที่ใช้บังคับ รวมถึงกฎหมายนอกประเทศที่ท่านอาศัยอยู่ เพื่อประเมินการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ กฎระเบียบ ข้อบังคับ และนโยบายและกระบวนการภายใน และเพื่อดำเนินการตามการสอบสวนที่เจ้าหน้าที่รัฐกำหนด

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลที่สาม

4.1 บริษัทอาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายในเครือข่ายของบริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ได้อธิบายข้างต้น บริษัทจะดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวเพื่อให้แน่ใจว่าการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลจำกัดเฉพาะพนักงานและ/หรือตัวแทนของ บริษัทฯ เท่านั้นโดยอาศัยพื้นฐานของความจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเท่านั้น 

4.2 บริษัทอาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนอกเครือข่ายของ บริษัทฯ ให้แก่บุคคลต่อไปนี้ เพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้

     (ก) ภายในกลุ่ม บริษัทแม่ และบริษัทในเครือ เนื่องจากบริษัทฯ เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทที่ร่วมมือกัน และแบ่งปันบริการและระบบของพันธมิตรทางธุรกิจบางส่วนร่วมกัน ซึ่งรวมถึง บริการและระบบที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ บริษัทอาจจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรืออนุญาตให้มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้นแก่บริษัทอื่นภายในกลุ่มเพื่อวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทอื่นๆ ภายในกลุ่มสามารถอาศัยความยินยอมที่บริษัทฯ ได้รับมาจากท่าน

     (ข) พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังพันธมิตรทางธุรกิจรายอื่น เพื่อประกอบธุรกิจและบริการ โดยที่พันธมิตรทางธุรกิจผู้รับข้อมูลนั้นตกลงที่จะปฏิบัติต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยวิธีการที่สอดคล้องกับนโยบายส่วนบุคคลนี้

     (ค) ผู้จำหน่ายและตัวแทนขายที่ได้รับการแต่งตั้ง ในบางครั้ง บริษัทฯ อาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลร่วมกับผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการที่ท่านเลือก หรืออยู่ใกล้กับท่าน เพื่อให้บริการแก่ท่าน

     (ง) ผู้ให้บริการ / ผู้จัดหาผลิตภัณฑ์/บริการ / ผู้รับจ้างช่วง บริษัทอาจใช้บริการของบริษัท ตัวแทน หรือผู้รับจ้างอื่นในการให้บริการแทนบริษัทหรือเพื่อสนับสนุนความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับท่าน บริษัทอาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านกับผู้ให้บริการหรือผู้จัดหาผลิตภัณฑ์/บริการจากภายนอกของบริษัท ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ (1) ผู้ให้บริการระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศ (2) ผู้ให้บริการวิเคราะห์หรือทำวิจัย (3) บริษัทที่ให้บริการวิเคราะห์เชิงสถิติ (4) บริษัทที่ให้บริการสำรวจ (5) บริษัทที่ให้บริการการตลาด สื่อโฆษณา การออกแบบ การสร้างสรรค์ และการสื่อสาร                  (6) ผู้จัดแคมเปญ งานกิจกรรม และการตลาด (7) ผู้ให้บริการด้านการบริหารที่ว่าจ้างจากภายนอก                (8) ผู้ให้บริการจัดเก็บข้อมูลและบริการคลาวด์ และ (9) ผู้ให้บริการอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกันและ                  ผู้ให้บริการภายนอกอื่นที่ให้ความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ของบริษัท

     (จ) ที่ปรึกษาจากภายนอก ซึ่งรวมถึงทนายความ ช่างผู้ชำนาญการเฉพาะด้าน ผู้ให้คำปรึกษาด้านภาษี และผู้ตรวจสอบบัญชีซึ่งช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจของบริษัท หรือการต่อสู้หรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายของบริษัท

     (ฉ) บุคคลที่สามที่กฎหมายกำหนด ในบางกรณี บริษัทอาจต้องเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ ซึ่งรวมถึงหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย (เช่น กรมการขนส่งทางบก กรมสรรพากร สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค) ศาล ผู้บังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานรัฐบาล หรือบุคคลที่สามอื่น ๆ หากบริษัทเชื่อว่ามีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามภาระผูกพันตามกฎหมายหรือกฎระเบียบ หรือต้องปกป้องสิทธิของบริษัท สิทธิของบุคคลที่สาม หรือความปลอดภัยของบุคคล หรือเพื่อตรวจจับ ป้องกัน หรือแก้ไขปัญหาการทุจริต ความมั่นคง หรือความปลอดภัย

     (ช) โรงพยาบาลและหน่วยกู้ภัย อาจมีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีฉุกเฉินเพื่อปกป้องประโยชน์ของท่าน

     (ซ) ผู้รับโอนสิทธิและ/หรือภาระหน้าที่บุคคลที่ 3 ในฐานะผู้รับโอนสิทธิ ในกรณีที่มีการฟื้นฟูกิจการ การควบรวมกิจการ การโอนธุรกิจ ไม่ว่าส่วนหนึ่งหรือทั้งหมด การขาย การซื้อ การร่วมลงทุน การมอบ การโอน หรือการจำหน่ายส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดของธุรกิจของบริษัท ทรัพย์สินหรือหุ้น หรือธุรกรรมที่คล้ายกัน ทั้งนี้ บุคคลที่สามในฐานะผู้รับโอนสิทธิของบริษัทจะปฏิบัติตามประกาศความเป็นส่วนตัวนี้เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

     (ฌ) แหล่งข้อมูลอื่นๆ ที่เปิดเผยต่อสาธารณะ เช่น เว็บไซต์ โฆษณา และ/หรือแพลตฟอร์ม Social Media

4.3 ตราบเท่าที่กฎหมายอนุญาต บริษัทฯ จะไม่มีความรับผิดใด ๆ ทั้งสิ้นอันเกิดจากการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยบุคคลที่สาม ดังนั้นโปรดตรวจสอบประกาศความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่สามดังกล่าวเพื่อทำความเข้าใจว่าบุคคลเหล่านั้นใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างไร

4.4 เว้นแต่ที่ระบุไว้ในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ บริษัทจะไม่เปิดเผย ขาย จำหน่ายจ่ายโอน เช่าหรือให้เช่าซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บุคคลที่สาม เว้นแต่บริษัทจะได้รับอนุญาตจากท่าน หรือเป็นการทำเพื่อทำได้ธุรกรรมที่มีอยู่ให้กับท่านเสร็จสมบูรณ์

5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลระหว่างประเทศ

5.1 บริษัทฯ  อาจส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวมจากท่านไปยังบริษัทที่เกี่ยวข้อง บริษัทในกลุ่ม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุข้างต้น บริษัทอาจจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลที่สามที่อยู่ต่างประเทศตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ ประเทศที่บริษัทอาจโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านรวมถึงและแต่ไม่จำกัดแค่สหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น โดยการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลหรือการโอนข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวอาจทำได้เมื่อได้รับความยินยอมของท่านเท่านั้น เว้นเสียแต่ว่าจะอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นได้ (เช่น เพื่อปฏิบัติตามข้อกำหนดแห่งสัญญาระหว่างบริษัทและบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน) ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาตให้สามารถกระทำได้โดยได้รับยกเว้นไม่ต้องได้รับความยินยอมจากท่าน

5.2 ในกรณีที่ประเทศปลายทางที่รับข้อมูลอาจไม่มีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เทียบเท่า  ตามที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยกำหนด  หากบริษัทจะทำการโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังประเทศปลายทางที่มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไม่เพียงพอเท่ากับมาตรฐานภายใต้กฎหมายที่ใช้บังคับ บริษัทจะดำเนินการที่จำเป็นเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่โอนให้กับบุคคลอื่นในต่างประเทศเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองในระดับเดียวกับที่บริษัทคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และให้เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้น

6. ระยะเวลาที่บริษัทเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในระยะเวลา เท่าที่จำเป็นอย่างสมเหตุสมผลแต่ไม่เกิน 10 ปี นับจากวันที่ทำธุรกรรมครั้งสุดท้าย เพื่อให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ระบุในประกาศความเป็นส่วนตัวนี้ หากมีการดำเนินการทางกฎหมายหรือทางวินัย อาจมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้จนกว่าการดำเนินการนั้นจะสิ้นสุด ซึ่งรวมถึงระยะเวลาที่เป็นไปได้ในการยื่นอุทธรณ์ หลังจากนั้นข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะถูกลบหรือเก็บถาวรตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับอนุญาต

7. การรักษาความมั่นคงปลอดภัย

บริษัทฯ มีมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดที่เก็บรวบรวมและได้รับอย่างปลอดภัย บริษัทใช้มาตรการความปลอดภัยทางเทคนิค องค์กร การบริหารจัดการ และทางกายภาพในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในระบบของบริษัทเพื่อป้องกันการสูญหาย การเข้าถึง การใช้ การเปลี่ยนแปลง การแก้ไข ความเสียหาย และการลบข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยปราศจากอำนาจ นอกจากนี้ บริษัทยังจะตรวจสอบทบทวนมาตรการดังกล่าวเมื่อจำเป็น หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เพื่อให้มีการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ เมื่อ บริษัทฯ ได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน บริษัทจะดำเนินการตามกระบวนการและมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยอย่างเคร่งครัดเพื่อพยายามป้องกันไม่ให้มีการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต

8. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ในบางกรณี บริษัทอาจขอให้ท่านยืนยันตัวตนของท่านก่อนที่ท่านจะใช้สิทธิในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้เพื่อความเป็นส่วนตัวและเพื่อความมั่นคงปลอดภัยของท่าน โดยภายใต้บทบัญญัติแห่งกฎหมายที่ใช้บังคับ และข้อยกเว้นภายใต้บทบัญญัตินั้น ท่านอาจมีสิทธิตามที่ระบุไว้ดังนี้

8.1 สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

               เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำร้องขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลหรือชี้แจงถึงการได้มาของข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลไม่ได้ให้ความยินยอม โดยบริษัทฯ จะจัดเตรียมหรือจัดทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เกี่ยวข้องตามช่องทางการสื่อสารของบริษัท ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอ หากเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามคำสั่งศาลหรือการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลนั้น อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น

8.2 สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง

     เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำร้องขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้องตรงกับความเป็นจริงเป็นปัจจุบัน ครบถ้วนสมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด โดยจะต้องนำหลักฐานหรือเอกสารที่เกี่ยวข้องมาแสดง หากบริษัทฯ เห็นว่าการขอแก้ไขข้อมูลนั้นไม่มีเหตุผลเพียงพอ บริษัทฯ จะปฏิเสธคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลและจะบันทึกเหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอไว้เป็นหลักฐาน

8.3  สิทธิในการลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้

      เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำร้องขอลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลได้โดยบริษัทฯ จะดำเนินการตามคำร้องภายใต้เงื่อนไข ดังนี้

  • เมื่อหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์
  • เจ้าของข้อมูลเพิกถอนความยินยอม และบริษัทฯ ไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการจัดเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • เจ้าของข้อมูลคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อการปฏิบัติภารกิจของรัฐและเพื่อประโยชน์อันชอบธรรม และบริษัทฯ ไม่สามารถคัดค้านได้
  • ข้อมูลส่วนบุคคลถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอ ดังนี้

  • การเก็บรักษาไว้เพื่อความจำเป็นในการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น
  • การเก็บรักษาไว้เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทำเอกสารประวัติศาสตร์ จดหมายเหตุ ฯลฯ
  • การเก็บรักษาไว้เพื่อดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัทฯ  หรือปฏิบัติตามอำนาจรัฐที่บริษัทฯ ได้รับมอบหมาย
  • การเก็บรักษาข้อมูลที่มีความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อวัตถุประสงค์ด้านเวชศาสตร์ป้องกัน อาชีวเวชศาสตร์ ประโยชน์ด้านการสาธารณสุขและอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด
  • การใช้เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการปฏิบัติตามกฎหมาย

8.4 สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม

     กรณีเจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมไว้กับบริษัทฯ  เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำร้องขอเพิกถอนความยินยอมนั้นได้ โดยบริษัทฯ จะดำเนินการตามคำร้องขอของเจ้าของข้อมูลแต่การเพิกถอนความยินยอมดังกล่าวย่อมไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินการอื่นใดที่ได้กระทำก่อนที่จะมีการใช้สิทธิเพิกถอนความยินยอมนั้น ทั้งนี้ บริษัทฯ มีสิทธิปฏิเสธคำร้องขอ  หากมีข้อจำกัดสิทธิในการเพิกถอนความยินยอมโดยกฎหมาย หรือ สัญญาที่ให้ประโยชน์แก่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

8.5  สิทธิในการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของตนเอง

      เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำร้องขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถอ่านหรือใช้งานจากเครื่องมือหรืออุปกรณ์ทำงานได้โดยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอตรวจสอบการโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้ โดยมีเงื่อนไข ดังนี้

  • ต้องเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่เจ้าของข้อมูลได้ให้ความยินยอมในการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อความจำเป็นต่อการให้บริการ หรือตามสัญญาระหว่างเจ้าของข้อมูลและบริษัทฯ 

 ทั้งนี้ บริษัทฯ จะปฏิเสธการขอรับหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล หากเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย หรือละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น หรือในทางเทคนิคไม่สามารถดำเนินการได้โดยบริษัทฯ จะบันทึกเหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอไว้เป็นหลักฐาน

8.6  สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล

     เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำร้องขอห้ามมิให้บริษัทฯ  ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามเงื่อนไข ดังนี้

  • บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการ หากตรวจสอบได้ว่าข้อมูลนั้นถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว บริษัทฯ สามารถปฏิเสธคำร้องขอดังกล่าวได้
  • เมื่อเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและเจ้าของข้อมูลไม่ได้ใช้สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูลได้ แต่เจ้าของข้อมูลให้ระงับการใช้แทน ทั้งนี้บริษัทฯ จะปฏิเสธคำร้องขอดังกล่าว หากสามารถอ้างหลักฐานทางกฎหมายอื่นในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
  • เมื่อไม่มีความจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลนั้น แต่เจ้าของข้อมูลขอให้เก็บรักษาไว้ เพื่อการก่อตั้งสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
  • บริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิสูจน์เพื่อปฏิเสธการคัดค้านของเจ้าของข้อมูลตามสิทธิ

8.7 สิทธิในการคัดค้าน

     เจ้าของข้อมูลสามารถยื่นคำร้องขอคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

  • เพื่อการปฏิบัติภารกิจของรัฐและเพื่อประโยชน์อันชอบธรรม ทั้งนี้ บริษัทฯ จะปฏิเสธการคัดค้าน หากพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญกว่าหรือเพื่อการก่อตั้งสิทธิตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมายหรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
    • เพื่อวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ บริษัทฯ จะปฏิเสธการคัดค้าน หากมีความจำเป็นในการดำเนินตามภารกิจ เพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัทฯ

      ทั้งนี้  บริษัทฯ จะบันทึกเหตุผลในการปฏิเสธคำร้องขอไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้ หากไม่เข้าข้อยกเว้นการปฏิเสธการคัดค้านบริษัทฯ จะไม่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลนั้นต่อไป โดยจะแยกส่วนออกจากข้อมูลอื่นอย่างชัดเจน เมื่อเจ้าของข้อมูลได้แจ้งการคัดค้าน ให้บริษัทฯ ทราบ

8.8  สิทธิการได้รับแจ้งข้อมูล

      เจ้าของข้อมูลมีสิทธิจะได้รับแจ้งข้อมูล กรณีที่บริษัทฯ ได้รับข้อมูลจากเจ้าของข้อมูลโดยตรง หรือได้รับจากบุคคลที่สาม ตามช่องทางสื่อสารของบริษัทฯ

8.9  สิทธิในการร้องเรียน

      เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิร้องเรียนในกรณีที่ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล รวมทั้งลูกจ้างหรือผู้รับจ้างของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลหรือผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

อนึ่ง บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการปฏิเสธคำร้องขอในกรณีดังต่อไปนี้

(ก) กฎหมายกำหนดให้สามารถดำเนินการได้

(ข) ข้อมูลส่วนบุคคลถูกทำให้ไม่ปรากฏชื่อ หรือบอกลักษณะอันสามารถระบุตัวตนของเจ้าของข้อมูลได้

(ค) ผู้ยื่นคำร้องไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเป็นเจ้าของข้อมูลหรือเป็นผู้มีอำนาจในการยื่นคำร้องขอ ดังกล่าว

(ง) คำร้องขอดังกล่าวไม่สมเหตุสมผล เช่น กรณีที่ผู้ร้องขอไม่มีสิทธิตามกฎหมาย หรือไม่มีข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอยู่ที่บริษัทฯ  เป็นต้น

(จ)  คำร้องขอดังกล่าวเป็นคำร้องขอฟุ่มเฟือย เช่น เป็นคำร้องขอที่มีลักษณะเดียวกันหรือเนื้อหาเดียวกันซ้ำ ๆ กันโดยไม่มีเหตุอันสมควร เป็นต้น

(ฉ)  บริษัทฯ อาจกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการตามคำร้องขอใช้สิทธิตามหลักเกณฑ์ที่บริษัทฯ กำหนด

อนึ่ง  บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลบางประการจากท่านเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของท่านและรับรองสิทธิของท่านในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (หรือเพื่อใช้สิทธิอื่นใด) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยที่จะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว

บริษัทฯ จะใช้ความพยายามในการตอบกลับคำขอที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดภายใน 30 วัน ในบางกรณี บริษัทฯ อาจใช้เวลามากกว่า 30 วันหากคำขอของท่านมีความซับซ้อน หรือท่านยื่นคำขอเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งคำขอ ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบและจะทำการแจ้งสถานะของคำขอให้ท่านทราบอยู่เสมอ

9. การติดต่อ / แจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล ในกรณีที่ท่านแจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหลมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือความกังวลเกี่ยวกับหลักการนี้ หรือท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ ตามช่องทางดังต่อไปนี้ 
คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หมายเลขโทรศัพท์ : (+66 )42-611-2222 ต่อ 541
อีเมล์แอดเดรส :  dpoofficer@mukinter.com
ช่องทางการขอใช้สิทธิ์ https://www.mukinter.com/RequestDSR
ช่องทางการแจ้งการละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล : https://www.mukinter.com/ReportPDB

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศความเป็นส่วนตัว”) อธิบายถึงวิธีการที่บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (ซึ่งต่อไปในประกาศนี้ เรียกว่า “บริษัทฯ ” หรือ “เรา”)  ซึ่งได้ใช้อุปกรณ์กล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) ในการเฝ้าดูแลพื้นที่ภายในและรอบ ๆ  อาคารสถานที่เพื่อคุ้มครองชีวิต สุขภาพ และทรัพย์สิน บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า พนักงาน กรรมการ ผู้รับจ้าง ลูกจ้าง ผู้มาเยือน หรือบุคคลใด ๆ (เรียกรวมกันว่า “ท่าน”) ทั้งหมดที่เข้ามาในพื้นที่ที่มีการเฝ้าดูแล ทั้งภายในอาคารและบริเวณโดยรอบ ผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด  ประกาศฉบับนี้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และโอนข้อมูลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลได้ (หรือเรียกว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”) ของท่าน บริษัทฯ  อาจแก้ไขประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ได้ทุกเมื่อ และจะแจ้งให้ท่านทราบเมื่อมีการแก้ไขประกาศแล้ว  ทั้งนี้ หากสามารถกระทำได้

1. ข้อมูลที่เราเก็บรวบรวม

บริษัทฯ  ทำการเก็บรวบรวมภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว เสียง และภาพสิ่งของ (เช่น ยานพาหนะของท่าน) เมื่อท่านเข้าพื้นที่ที่มีการสอดส่องดูแลภายในอาคารและสถานที่ผ่านกล้องโทรทัศน์วงจรปิด   ในบางกรณี บริษัทฯ อาจจะเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนของท่าน (เช่น ข้อมูลการจดจำใบหน้าของท่าน) ทั้งนี้ ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือเมื่อกฎหมายอนุญาตให้กระทำได้

2. วิธีการที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

2.1. บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย โอน และดำเนินการใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะการบันทึก ถือครอง ปรับ เปลี่ยน แก้ไข ทำลาย ลบ กู้คืน รวม ทำสำเนำ ส่ง จัดเก็บ แยก ปรับปรุง หรือเพิ่มข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่าน เพื่อวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

     (ก) เพื่อสอดส่องดูแลสุขภาพ และความปลอดภัย รวมถึงทรัพย์สินของท่าน

(ข) เพื่อสอดส่องดูแลอาคาร สถานที่ และทรัพย์สินจากความเสียหาย ความขัดข้อง การทำลาย และจากอาชญากรรมอื่น ๆ

(ค) เพื่อสนับสนุนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการขัดขวาง ป้องกัน และตรวจจับอาชญากรรม รวมถึงการฟ้องร้องเมื่อเกิดอาชญากรรม

(ง) เพื่อสนับสนุนการระงับข้อพิพาทที่เกิดขึ้นในระหว่างกระบวนการทางวินัยหรือกระบวนการร้องทุกข์ให้มีประสิทธิภาพ

(จ) เพื่อสนับสนุนในการสอบสวนหรือกระบวนพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งเบาะแส

(ฉ) เพื่อสนับสนุนในการก่อตั้งสิทธิหรือยกขึ้นต่อสู้ในการดำเนินคดีทางแพ่ง ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ คดีแรงงาน และ

(ช) เพื่อยืนยันตัวบุคคลและเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ

2.2. บริษัทฯ จะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในที่ที่เห็นได้ง่าย พื้นที่ที่บริษัทฯ  จะไม่ติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดได้แก่ ห้องพักพนักงาน ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ หรือพื้นที่อื่นที่กำหนดให้เป็นพื้นที่พักผ่อนสำหรับพนักงาน เว้นแต่พื้นที่พักผ่อนของพนักงานนั้น จะเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงอันต้องสอดส่องดูแลพนักงานเป็นพิเศษ  เป็นต้น 

2.3. กล้องโทรทัศน์วงจรปิดทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน และอาจจะมีการบันทึกเสียงด้วย 

2.4. บริษัทฯ  จะติดตั้งป้ายที่จุดทางเข้าและทางออก และในพื้นที่ที่มีการสอดส่องดูแลโดยกล้องโทรทัศน์วงจรปิด เพื่อให้ท่านทราบว่าในบริเวณนั้นมีกล้องโทรทัศน์วงจรปิด

3. ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ   จะไม่เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย ประมวลผล โอน และดำเนินการใด ๆ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ การบันทึก ถือครอง ปรับเปลี่ยน แก้ไข ทำลาย ลบ กู้คืน รวม ทำสำเนำ ส่ง จัดเก็บ แยก เปลี่ยน หรือเพิ่ม กับข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับท่านโดยไม่ได้รับความยินยอม ยกเว้นในกรณีต่อไปนี้

3.1  เพื่อรักษาประโยชน์อันจำเป็นต่อชีวิต เป็นการจำเป็นต่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล

3.2  เพื่อประโยชน์อันชอบธรรม  เป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ ในการปกป้องคุ้มครองสุขภาพและความปลอดภัยของท่าน รวมถึงทรัพย์สินของท่าน อาคาร สถานที่ และทรัพย์สินของบริษัทฯ และกระทำการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด บริษัทฯ จะพยายามสร้างความสมดุลระหว่างประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ และของบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี รวมถึงสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของท่านในการคุ้มครองข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่าน นอกจากนี้ บริษัทฯ จะใช้ความพยายามในการหาขั้นตอนวิธีการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมดุลดังกล่าวตามความเหมาะสม

3.3  เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย บริษัทฯ มีหน้าที่ในการปฏิบัติตามกฎหมายที่ใช้บังคับ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเฉพาะ กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและสภาพแวดล้อมการทำงาน บริษัทฯ เห็นว่าการใช้กล้องโทรทัศน์วงจรปิดเป็นมาตรการที่จำเป็นที่จะทำให้บริษัทฯ สามารถปฏิบัติตามหน้าที่ดังกล่าวได้

4. บุคคลที่เราอาจเปิดเผย และ/หรือ โอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

4.1. บริษัทฯ จะเก็บข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวข้องกับท่านไว้เป็นความลับ และจะ                                    ไม่เปิดเผยหรือโอนข้อมูลดังกล่าวให้แก่ผู้ใดที่เป็นบุคคลภายนอกที่บริษัทฯคัดเลือกอย่างระมัดระวังทั้งในปัจจุบันและอนาคต ผู้ที่ได้รับสิทธิ หุ้นส่วนของกิจการร่วมค้า และ/หรือ ผู้ให้บริการ ซึ่งอาจอยู่ในต่างประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ระบุในประกาศนี้

4.2. บุคคลภายนอกที่บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับท่าน รวมถึง

     4.2.1 บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านให้แก่บริษัทอื่นในกลุ่มในเครือของเรา เพื่อประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ ในการทำตามวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด

     4.2.2 หน่วยงานรัฐ และ/หรือ หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย หรือเพื่อสนับสนุนหรือช่วยเหลือหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในการสอบสวนหรือดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งหรืออาญา

     4.2.3 ผู้ให้บริการจากภายนอก บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดและข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่เกี่ยวกับท่านให้กับผู้ให้บริการจากภายนอก เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของท่าน

5. การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ

5.1. บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดไปยังผู้ให้บริการจากภายนอกที่อยู่นอกประเทศไทย เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการปกป้องสุขภาพ ความปลอดภัย และทรัพย์สินของท่าน การเปิดเผยหรือโอนข้อมูลดังกล่าวจะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านเท่านั้น เว้นแต่จะมีฐานทางกฎหมายที่สำคัญอื่น ๆ (เช่น เพื่อปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทฯ และบุคคลอื่นเพื่อประโยชน์ของท่าน) ตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด

5.2. หากข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด  ถูกโอนไปยังประเทศปลายทางที่มาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลไม่เพียงพอตามที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยได้กำหนดไว้  บริษัทฯ จะดำเนินการตามขั้นตอนที่จำเป็นในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่โอนไปยังบุคคลอื่นในต่างประเทศ เพื่อให้ข้อมูลนั้นได้รับการคุ้มครองในระดับเดียวกับที่บริษัทฯ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บังคับใช้อยู่ในขณะนั้น และดำเนินการอื่นใดอันกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประเทศไทยได้กำหนดไว้อย่างครบถ้วน

6. ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดในระบบของบริษัทฯ เป็นระยะเวลา 90 วัน หรือระยะเวลาที่จำเป็นต่อการดำเนินการตามหน้าที่เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่ระบุในประกาศนี้ เมื่อบริษัทฯ ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้เก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอีกต่อไป บริษัทฯ จะทำการลบข้อมูลออกจากระบบและบันทึกของบริษัทฯ  อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการดำเนินการทางศาลหรือทางวินัย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดอาจถูกเก็บไว้จนกว่าจะสิ้นสุดการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงระยะเวลาที่เป็นไปได้ในการยื่นอุทธรณ์ หลังจากนั้นข้อมูลจะถูกลบหรือเก็บถาวรตามที่กฎหมายที่ใช้บังคับกำหนด

7. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัย

เรามีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Safeguards) มาตรการเชิงการบริหารจัดการ (Administrative Safeguards) และเชิงกายภาพ (Physical Safeguards) เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยด้านสารสนเทศ(Information Security Management System)ของเรา

นอกจากนี้ เราได้กำหนดให้มีประกาศการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดยทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเราได้จัดให้มีการทบทวนประกาศดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม ทั้งนี้ โดยพิจารณาดำเนินการสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และ ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 รวมทั้งประกาศหรือคำสั่งอื่นของทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

8. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านอาจใช้สิทธิต่อไปนี้ ตามกฎหมายและข้อยกเว้นตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องได้ 

8.1  สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล ท่านมีสิทธิเข้าถึงและขอรับสำเนำของข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวกับท่าน หรือขอให้บริษัทฯ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่บริษัทฯ ได้มาโดยไม่ได้รับความยินยอม โดยจะต้องส่งคำขอเป็นหนังสือไปยัง ประธานคณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  บริษัทฯ จะดำเนินการกับคำขอของท่านภายใน 30 วันนับจากวันที่บริษัทฯ ได้รับคำขอของท่าน บริษัทฯ  อาจปฏิเสธคำขอของท่านตามสิทธิตามกฎหมายของบริษัทฯ หรือตามคำสั่งศาล และหากการเข้าถึงและคำขอสำเนำข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่เกี่ยวกับท่านอาจกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น หากบริษัทฯ  ตัดสินว่าต้องปฏิเสธคำขอของท่าน บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเหตุผล และส่งหนังสือดังกล่าวให้ท่านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

8.2  สิทธิในการแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ท่านอาจมีสิทธิขอให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ ได้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยเกี่ยวกับท่าน ที่ไม่สมบูรณ์ ไม่ถูกต้อง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด หรือไม่เป็นปัจจุบัน

8.3  สิทธิในการคัดค้าน ท่านมีสิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดหากเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์เรื่องประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ  และ/หรือ ของบุคคลอื่น บริษัทฯ จะดำเนินการพิจารณาคำขอของท่านโดยเร็วที่สุดทันทีที่ได้รับคำขอ บริษัทฯ อาจปฏิเสธคำขอของท่านหากบริษัทฯ สามารถพิสูจน์ได้ว่ามีเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญมากกว่าในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิด หรือการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยดังกล่าวเป็นไปเพื่อ การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือปฏิบัติตามกฎหมาย หากบริษัทฯ ตัดสินใจว่าจะปฏิเสธคำขอของท่าน เรา จะแจ้งให้ท่านทราบเป็นลายลักษณ์อักษรพร้อมเหตุผล และจะส่งหนังสือดังกล่าวให้แก่ท่านภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

8.4  สิทธิในการถอนความยินยอม ท่านมีสิทธิถอนความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้กับบริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดได้ทุกเมื่อ

8.5  สิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูล หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลนั้นเป็นข้อมูลนิรนาม  ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดหรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ เว้นแต่กรณีที่บริษัทฯ อาจต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดตามที่กฎหมายกำหนด เช่น การก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย

8.6  สิทธิในการโอนย้ายข้อมูล ท่านอาจมีสิทธิที่จะได้รับข้อมูลจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดที่บริษัทฯ ครอบครองอยู่ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ และส่งข้อมูลดังกล่าวให้กับผู้ควบคุมข้อมูลอื่น โดยที่ข้อมูลนั้นจะต้องเป็น (ก) ข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านได้ให้ไว้แก่บริษัทฯ  และ (ข) ข้อมูลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยบนฐานความยินยอมของท่าน

8.7  สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลชั่วคราว ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากกล้องโทรทัศน์วงจรปิดเป็นการชั่วคราวในส่วนที่บริษัทฯ ไม่มีสิทธิเก็บรักษาไว้แล้ว หรือเมื่อท่านจำเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้นในการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย

8.8 สิทธิในการร้องเรียน ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัทฯ ให้แก่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องหากบริษัทฯ  ละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่บังคับใช้ในประเทศไทย รวมถึงประกาศและข้อบังคับอื่น ๆ

9. การติดต่อ / แจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล ในกรณีที่ท่านแจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหลมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือความกังวลเกี่ยวกับหลักการนี้ หรือท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ ตามช่องทางดังต่อไปนี้ 
คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หมายเลขโทรศัพท์ : (+66 )42-611-2222 ต่อ 541
อีเมล์แอดเดรส :  dpoofficer@mukinter.com
ช่องทางการขอใช้สิทธิ์ https://www.mukinter.com/RequestDSR
ช่องทางการแจ้งการละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล : https://www.mukinter.com/ReportPDB

บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (“บริษัทฯ”) มุ่งมั่นที่จะคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้เข้ารับบริการตรวจ รักษาโรค และบริการทางการแพทย์ รวมถึงบริการต่างๆ จากบริษัทฯ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะได้รับการคุ้มครองตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 บริษัทฯ ในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลมีหน้าที่ตามกฎหมายในการแจ้งเอกสารฉบับนี้ให้ท่านทราบถึงเหตุผลและวิธีการที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงแจ้งให้ท่านทราบสิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

  1. นิยาม

“ข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่รวมถึงข้อมูลของผู้ถึงแก่กรรมโดยเฉพา.

“ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว” หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพ แรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ) หรือ ข้อมูลอื่นใดที่กระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลประกาศ กำหนด

“ข้อมูลการรักษาพยาบาล” หมายถึง ข้อมูลดังต่อไปนี้

  • วันเดือนปีที่เข้ารับการรักษา
  • ประวัติแพ้ยาและประวัติผลข้างเคียงจากยา
  • ประวัติแพ้อาหาร
  • ชื่อโรคที่ได้รับการวินิจฉัย ชื่อหัตถการ และชื่อการผ่าตัด
  • ผลเลือด ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา ภาพถ่ายทางรังสีวิทยา และรายงานผลการทางรังสีวิทยา
  • รายการยาที่แพทย์ได้สั่ง
  • ข้อมูลอื่น เช่น อาการ คำแนะนำของแพทย์ และรายละเอียดการวินิจฉัยโรค เป็นต้น

“ประมวลผล” หมายถึง เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

“ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอํานาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

“ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล” หมายถึง บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย ข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ บุคคลหรือนิติบุคคลซึ่งดำเนินการดังกล่าวไม่เป็น ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

2. วัตถุประสงค์ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

          บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้ขอบเขตที่กำหนดไว้โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และประมวลผลข้อมูลเพียงเท่าที่จำเป็นสำหรับการดำเนินการดังกล่าว โดยบริษัทฯ ได้สรุปการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน พร้อมทั้งอธิบายฐานการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่ชอบด้วยกฎหมาย (Lawful Basis of Processing) ดังนี้

ลำดับวัตถุประสงค์ประเภทข้อมูลฐานการประมวลผล
1.เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจรักษาโรคและให้บริการทางการแพทย์ 1.1. การให้บริการทางการแพทย์ภายใน สถานพยาบาลของบริษัทฯ คณะแพทย์ พยาบาล และ/หรือ บุคลากรอื่นๆ ในทีม สุขภาพของบริษัทฯ จะทำการบันทึกข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อติดตามการรักษา และ/หรือกระทำการใดๆ ตามหลักวิชาชีพที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาที่ท่านเข้ารับบริการ โดยบริษัทฯ จะอธิบาย ข้อมูลรายละเอียดให้ท่านได้เข้าใจก่อนที่จะดำเนินการอีกทั้งเปิดโอกาสให้ท่านซักถามจนเป็นที่พอใจ 1.2. การให้บริการทางการแพทย์ในกรณีจำเป็นต้องเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างสถานพยาบาลในเครือข่าย เพื่อประโยชน์ในการให้บริการทางการแพทย์แก่ท่าน คณะแพทย์ พยาบาล และ/หรือ บุคลากรอื่นๆเกี่ยวข้องของบริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้สถานพยาบาลในเครือข่ายในกรณีที่ จำเป็นต้องใช้ข้อมูลระหว่างสถานพยาบาลในเครือข่ายเพื่อการให้บริการบางประเภท ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จัดให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลโดยมีข้อตกลงร่วมกันระหว่างสถานพยาบาลในเครือข่ายเพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในทางที่มิชอบด้วยกฎหมาย หรือโดยปราศจากอำนาจ 1.3 เพื่อรับ-ส่งต่อผู้ป่วยระหว่างสถานพยาบาล(Refer) ในกรณีที่บริษัทฯ มีคำร้องขอหรือได้รับการร้องขอให้เคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากสถานพยาบาลหนึ่ง เพื่อไปรับ การตรวจรักษาต่อที่สถานพยาบาลอื่น หรือมีคำร้องขอหรือได้รับคำร้องขอให้รับผู้ป่วยจากสถานพยาบาลหนึ่งเพื่อเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลของบริษัทฯ ตามกระบวนการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยระหว่าง สถานพยาบาล (Refer) บริษัทฯ จะต้องดำเนินตามกระบวนการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยที่กำหนดไว้ตามมาตรฐานของบริษัทฯ และจะใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อ วัตถุประสงค์ในการรับ-ส่งต่อผู้ป่วยเท่านั้น ไม่นำไปใช้ในวัตถุประสงค์อื่น– ข้อมูลระบุตัวตน – ข้อมูลสำหรับการติดต่อ – ข้อมูลด้านสุขภาพ – ข้อมูลการเงิน1. เป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญาเข้ารับการ รักษาพยาบาลที่ท่านเป็น คู่สัญญากับบริษัทฯ (ม.24(3)) 2. สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ อ่อนไหว: ฐานปฏิบัติตามกฎหมายในการวินิจฉัยโรคและการรักษาทางการแพทย์ เช่นพระราชบัญญัติสถานพยาบาลพ.ศ. 2541 และพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมพ.ศ. 2525 (ม.26 (5) (ก)) 3. สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่ อ่อนไหว: เพื่อป้องกันหรือระงับ: อันตรายต่อชีวิตร่างกาย หรือสุขภาพในกรณีที่เจ้าของข้อมูล ส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความ ยินยอมได้ เช่น การเข้ารับ บริการในกรณีฉุกเฉิน(Emergency Care) หรือเพื่อ รับ – ส่งต่อผู้ป่วยระหว่าง โรงพยาบาล (Refer) (ม.26 (1))
2.เพื่อวัตถุประสงค์ในการศึกษาวิเคราะห์เพื่อพัฒนาคุณภาพของการรักษาพยาบาลโดยไม่บ่งชี้ตัวตนของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทฯ อาจนำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้เพื่อการศึกษาวิเคราะห์เพื่อการพัฒนาคุณภาพของการรักษาพยาบาล โดยจะทำเป็นรูปแบบรายงานผลโดยภาพรวมที่ไม่มีการบ่งชี้ตัวตนของเจ้าของข้อมูล และบริษัทฯ จะรักษาความลับของข้อมูลดังกล่าวของท่าน อย่างเคร่งครัด-ข้อมูลสถิติเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วย กฎหมายของบริษัท (Legitimate Interest) ในการวิเคราะห์ข้อมูลสถิติโดยไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ระบุตัวตนได้เพื่อพัฒนาและเพิ่ม ประสิทธิภาพขององค์กรในด้านการรักษาพยาบาล และการให้บริการต่างๆ ของบริษัทฯ (ม.24 (5))
3.การเปิดเผยข้อมูลให้บริษัทประกันภัยที่ท่านหรือบริษัทฯ เป็นคู่สัญญาเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้สิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทประกันภัยหรือใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาล– ข้อมูลระบุตัวตน – ข้อมูลสำหรับการติดต่อ – ข้อมูลด้านสุขภาพเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นข้อมูลด้านสุขภาพให้บริษัทประกันภัยเพื่อประโยชน์ในการใช้สิทธิเรียก ค่าสินไหมทดแทนจากบริษัท ประกันภัยหรือใช้สิทธิเบิกค่า รักษาพยาบาล (ม.26)
4.การเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ที่ส่งท่านมาตรวจหรือเป็นผู้ชำระเงินเมื่อท่านได้ยินยอมให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ในกรณีที่หน่วยงานไม่ว่าภาครัฐ เอกชน หรือ รัฐวิสาหกิจเป็นผู้ส่งท่านมาตรวจรักษากับบริษัทฯ หรือ เป็นผู้ชำระค่าบริการตรวจรักษาให้แก่ท่าน บริษัทฯ จะเปิดเผยข้อมูลการตรวจรักษาซึ่งเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวให้กับบุคคลดังกล่าวเฉพาะกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้กับบุคคลดังกล่าวเท่านั้น ถ้าท่านไม่ได้ให้ความยินยอมดังกล่าว บริษัทฯ จะส่งผลตรวจรักษาให้ท่านโดยตรง– ข้อมูลระบุตัวตน – ข้อมูลสำหรับการติดต่อ – ข้อมูลด้านสุขภาพเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล (ม.26)
5.เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดของบริษัทฯ บริษัทฯ อาจทำการเก็บรวบรวม ใช้ และประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อวิเคราะห์สภาวะสุขภาพของท่านและติดต่อเพื่อสื่อสาร ส่งข้อมูลข่าวสารด้านการแพทย์และนำเสนอโปรโมชั่น สินค้าและบริการ แก่ท่านตามที่ท่านได้ให้ความยินยอม– ข้อมูลระบุตัวตน – ข้อมูลสำหรับการติดต่อ – ข้อมูลการสมัครข่าวสารและการเข้าร่วมกิจกรรมทางการตลาดบริษัทฯ จะดำเนินการในเรื่องนี้ได้หลังจากได้รับความยินยอมจากท่านในการให้บริษัทฯ นำข้อมูลด้านสุขภาพไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด (ม.26)
6.เพื่อการปฏิบัติตามสัญญากับท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้ให้บริการกับบริษัทฯ หรือดำเนินตามคำขอของท่านในการเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ บริษัทฯ จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้ให้บริการกับบริษัทฯ เพื่อการดำเนินการ เช่น • ติดต่อสื่อสารกับท่านในกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง กับการทำสัญญาทั้งก่อนทำสัญญาและ ภายหลังทำสัญญา • จ่ายเงินและค่าจ้างใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการ ปฏิบัติตามสัญญา • ตรวจสอบความเรียบร้อยและความสำเร็จ ของงานตามสัญญา • เก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้เพื่อการตรวจสอบ ภายใน (Internal Audit) และการตรวจสอบตามมาตรฐานของธุรกิจ– ข้อมูลระบุตัวตน – ข้อมูลสำหรับการติดต่อ – ข้อมูลการเงินเป็นการจำเป็นเพื่อการปฏิบัติตามสัญญากับท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้ให้บริการกับบริษัทฯหรือดำเนินตามคำขอของท่านในการเข้าทำสัญญากับบริษัทฯ (ม.24 (3))

นอกจากวัตถุประสงค์ที่ระบุข้างต้นแล้ว บริษัทฯ จะไม่นำข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น ยกเว้นในกรณีที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อนุญาต เช่น

  • เมื่อได้รับความยินยอมจากท่าน (ม.24) หรือเมื่อได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่านในกรณีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหว (ม.26)
  • เพื่อการศึกษาวิจัยหรือสถิติซึ่งได้จัดให้มีมาตรการปกป้องที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสิทธิและเสรีภาพของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ม.24 (1))
  • เพื่อป้องกันระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพ (ม.24 (2))
  • เพื่อการปฏิบัติตามสัญญาระหว่างบริษัทฯ กับท่าน (ม.24 (3))
  • เพื่อปฏิบัติหน้าที่ในการดำเนินภารกิจเพื่อประโยชน์สาธารณะของบริษัทฯ (ม.24 (4))
  • • เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท (Legitimate Interest) หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น เว้นแต่ประโยชน์ดังกล่าวมีความสำคัญน้อยกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ม.24 (5))
  • เพื่อการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ (ม.24 (6))
  • เพื่อป้องกันระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพในกรณีที่การใช้ข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถให้ความยินยอมได้ ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม (ม.26 (1))
  • เพื่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย (ม.26 (4))
  • เพื่อประโยชน์ด้านสาธารณสุข หรือการคุ้มครองทางสังคมอื่นใดโดยบริษัทฯ จัดให้มีมาตรการที่เหมาะสมเพื่อคุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐานและประโยชน์ของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล (ม.26 (5) (ข))
  • เพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติตามกฎหมายด้านการคุ้มครองแรงงาน การให้สวัสดิการรักษาพยาบาล การประกันสังคม (ม.26 (5) (ค))

3. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมจากท่าน

          ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม สามารถจำแนกเป็นประเภทดังต่อไปนี้

ประเภทข้อมูลส่วนบุคคลรายละเอียด
1. ข้อมูลระบุตัวตน (Personal data)เช่น ชื่อ นามสกุล เลขที่บัตรประชาชน ID รูปถ่ายใบหน้า เพศ วันเดือนปีเกิด หนังสือเดินทาง หรือหมายเลขที่ระบุตัวตนอื่น ๆ
2. ข้อมูลสำหรับการติดต่อ (Contact data)เช่น ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล
3. ข้อมูลการเงิน (Financial data)เช่น ข้อมูลการเรียกเก็บเงิน ข้อมูลบัตรเครดิตหรือเดบิต ข้อมูลใบเสร็จ ข้อมูลใบราคา
4. ข้อมูลการสมัครข่าวสารและการเข้าร่วมกิจกรรม ทางการตลาด (Marketing Data)เช่น ข้อมูลที่ใช้ในการลงทะเบียนเพื่อรับข่าวสารและเข้าร่วม กิจกรรมทางการตลาด
5. ข้อมูลสถิติ (Statistical Data)เช่น ข้อมูลที่ไม่ระบุตัวตน จำนวนผู้ป่วย และจำนวนการเข้าชมเว็บไซต์
6. ข้อมูลจากการเข้าใช้เว็บไซต์ (Technical data)เช่น หมายเลข IP Address ของคอมพิวเตอร์ ชนิดของบราวเซอร์ข้อมูล Cookies การตั้งค่าเรื่องเขตเวลา (time zone) ระบบปฏิบัติการ แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีของอุปกรณ์ที่ใช้เข้า เว็บไซต์ และ Online Appointment System
7. ข้อมูลด้านสุขภาพ (Health data)เช่น ข้อมูลการรักษาพยาบาล รายงานที่เกี่ยวกับสุขภาพกายและสุขภาพจิต การดูแลสุขภาพของผู้รับบริการ ผลการทดสอบจาก ห้องทดลอง การวินิจฉัย ชื่อโรคที่ได้รับการวินิจฉัย ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กับการใช้ยาและแพ้ยา ประวัติแพ้อาหาร ผลเลือด ผลตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ ผลตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา ภาพถ่ายทางรังสีวิทยา และรายงานผลการตรวจทางรังสีวิทยารายการยาที่แพทย์ได้สั่ง ข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการทางการแพทย์ ข้อมูล Feedback และผลการรักษา

4.แหล่งที่มาของข้อมูลส่วนบุคคล

          บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งที่มาดังต่อไปนี้

4.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้โดยตรงจากท่าน ได้แก่

(1) กรณีที่ท่านเป็นผู้เข้ารับบริการตรวจและรักษาโรค: บริษัทฯ ได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการที่ท่านติดต่อสอบถามกับบริษัทฯ เรื่องการบริการ หรือท่านได้ลงทะเบียนเข้ารับบริการทางการแพทย์ และบริการต่างๆ จากบริษัทฯด้วยตนเองที่บริษัทฯ รวมทั้งการลงทะเบียนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์

(2) กรณีที่ท่านเป็นผู้ให้บริการ (Vendor) ของบริษัทฯ: บริษัทฯ ได้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากการที่ท่านติดต่อสอบถามกับบริษัทฯ เพื่อเข้ามาให้บริการกับบริษัทฯ หรือการที่บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในฐานะที่ท่านเป็นผู้ให้บริการที่เข้าทำสัญญากับบริษัทฯ

4.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับโดยทางอ้อม ได้แก่

(1) บุคคลที่มีความใกล้ชิดกับท่าน เช่น ญาติ คู่สมรส เป็นต้น

(2) บุคคลที่ท่านมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนตัวท่านในการติดต่อกับโรงพยาบาล

(3) สถานพยาบาลในเครือข่ายในกรณีที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับสถานพยาบาลในเครือข่ายไว้ว่าให้เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้

(4) บุคคล นิติบุคคล หรือหน่วยงานไม่ว่าภาครัฐ เอกชน หรือรัฐวิสาหกิจที่เป็นผู้ส่งท่านมาตรวจรักษาหรือใช้บริการกับบริษัทฯ หรือเป็นผู้ชำระค่าบริการให้กับท่าน

5.การเปิดเผยหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคล

          บริษัทฯ จะไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้บุคคลภายนอก ยกเว้นเป็นกรณีที่กฎหมายอนุญาตเพื่อความจำเป็นในการปฏิบัติงาน ซึ่งทำให้บริษัทฯ อาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ในกรณีต่อไปนี้

5.1 เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้หน่วยงานราชการ หน่วยงานผู้มีอำนาจหรือบุคคลใดๆ เมื่อมีกฎหมายกำหนดหรือให้อำนาจ รวมถึงการปฏิบัติตามคำสั่งศาล

5.2 การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลหรือนิติบุคคลที่บริษัทฯ จำเป็นต้องปฏิบัติตามสัญญาหรือเพื่อผลประโยชน์ของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ กำหนดให้บุคคลหรือนิติบุคคลเหล่านี้ต้องรักษาความลับและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามมาตรฐานที่พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562กำหนด ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงบุคคลหรือนิติบุคคลในข้อนี้ได้แก่

  • บริษัทประกันภัย หรือผู้ให้บริการบริหารจัดการสินไหมทดแทนของบริษัทประกันภัยนั้น
  • สถานพยาบาลที่รับการส่งต่อผู้ป่วย
  • ผู้ส่งท่านมาตรวจรักษาหรือใช้บริการกับสถานพยาบาล หรือชำระเงินค่าบริการแทนท่าน
  • ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานของบริษัทฯ เช่น ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการตรวจทางห้องปฏิบัติการ การจัดทำข้อมูล การโทรคมนาคม ระบบคอมพิวเตอร์ การชำระเงิน หรือการให้บริการด้านเทคโนโลยี (Technology Outsource)

5.3 บริษัทฯ อาจเก็บข้อมูลส่วนบุคคลไว้ในระบบประมวลผลแบบคลาวด์ (Cloud Computing) โดยใช้บริการจากบุคคลที่สามไม่ว่าตั้งอยู่ในประเทศไทยหรือต่างประเทศ โดยบริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญากับ บุคคลดังกล่าวด้วยความระมัดระวังและพิจารณาถึงระบบรักษาความปลอดภัยในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลที่ผู้ให้บริการระบบ Cloud Computing นั้นให้กับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

6.ระยะเวลาในการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

6.1 บริษัทฯ ใช้มาตรฐานระยะเวลาการเก็บเวชระเบียนตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และ ฉบับแก้ไขล่าสุด โดยบริษัทฯ จะเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการทางการแพทย์ในรูปแบบเอกสารและอิเล็กทรอนิกส์ไว้อย่างน้อยกว่า 5 ปี แต่จะเก็บไว้ไม่เกิน 10 ปีนับจากวันที่มารับการรับการรักษาพยาบาลครั้งสุดท้าย เมื่อครบกำหนด 10 ปีแล้วจะการลบข้อมูลส่วนบุคคลหรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้

6.2 ในกรณีที่บริษัทฯ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ปฏิบัติตามคำสั่งศาล หรือต้องก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมายเพื่อเข้ากระบวนการระงับข้อพิพาทใดๆ บริษัทฯ อาจจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลได้ตาระยะเวลาของอายุความตามกฎหมาย หรือจนกว่าข้อพิพาทนั้นจะถึงที่สุดแล้วแต่กรณี

7. มาตรการในการเก็บรักษาและประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

7.1 บริษัทฯ จะจัดการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลด้วยมาตรการไม่น้อยกว่าระดับที่กฎหมายกำหนด และด้วยระบบที่เหมาะสม เพื่อป้องกันและรักษาความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลนั้น เช่น ใช้โปรโตคอลความปลอดภัย (Secure Sockets Layer: SSL) ปกป้องด้วยไฟร์วอลล์ รหัสผ่าน และมาตรการทางเทคนิคอื่นๆ สำหรับการเข้ารหัสข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ตและจัดเก็บในสถานที่ที่มีระบบป้องกันการเข้าถึงที่จำกัดบุคคลที่สามารถเข้าถึงได้สำหรับข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในรูปแบบเอกสาร

7.2 บริษัทฯ จำกัดการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจจะเข้าถึงได้โดยพนักงาน ตัวแทน คู่ค้า หรือบุคคลภายนอก การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลภายนอกจะสามารถทำได้ตามเท่าที่กำหนดไว้หรือตามคำสั่ง ซึ่งบุคคลภายนอกจะต้องมีหน้าที่ในการรักษาความลับและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

7.3 บริษัทฯ จัดให้มีวิธีการทางเทคโนโลยีเพื่อป้องกันไม่ให้มีการเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต

7.4 บริษัทฯ มีระบบตรวจสอบเพื่อจัดการทำลายข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่มีความจำเป็นในการดำเนินการของบริษัทฯ

7.5 ในกรณีที่เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่อ่อนไหวบริษัทฯ จะจัดให้มีมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลเอกสารและข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ในด้านการเข้าถึงและควบคุมการใช้งาน มีระบบการใช้งานและระบบสำรองพร้อมทั้งแผนสำหรับกรณีฉุกเฉิน และมีการตรวจสอบประเมินความเสี่ยงของระบบอย่างสม่ำเสมอ

8. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

8.1 ในบางกรณี บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ บริษัทฯ อาจดำเนินการดังกล่าวได้หลังจากที่ได้แจ้งกับท่านถึงวัตถุประสงค์ของการดำเนินการดังกล่าว และได้รับการยินยอมจากท่านแล้ว โดยบริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบถึงมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่อาจไม่เพียงพอของประเทศปลายทาง

8.2 บริษัทฯ สามารถโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปได้โดยไม่ต้องขอความยินยอมจากท่านในกรณีที่การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศนั้นเป็นไปเพื่อปฏิบัติตามสัญญาซึ่งท่านเป็นคู่สัญญา หรือเพื่อใช้ในการดำเนินการตามคำขอของท่านก่อนเข้าทำสัญญานั้น หรือเป็นไปตามข้อกำหนดในพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

9. นโยบายเกี่ยวกับคุกกี้ (Cookie Policy)

          เมื่อท่านเยี่ยมชมเว็บไซต์ของบริษัทฯ บริษัทฯ ใช้คุกกี้เพื่อให้มั่นใจว่าท่านจะได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานบนเว็บไซต์ของบริษัทฯ คุกกี้เป็นไฟล์ขนาดเล็กที่จัดเก็บข้อมูลและบันทึกลงไปในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือเครื่องมือสื่อสารที่เข้าใช้งานของท่านผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ที่ท่านเลือกใช้ในขณะที่ท่านเข้าชมเว็บไซต์

          บริษัทฯ ใช้คุกกี้เพื่อเก็บเอกลักษณ์การเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของท่านโดยเอกลักษณ์นี้ทำให้บริษัทฯ สามารถจำลักษณะการใช้งานเว็บไซต์ของท่านได้ง่ายขึ้น และข้อมูลเหล่านี้จะถูกนำไปใช้เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของบริษัทฯ ให้เข้ากับความต้องการของท่านมากยิ่งขึ้น เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการใช้งานเว็บไซต์ท่าน ในบางครั้ง บริษัทฯ จำเป็นต้องให้บุคคลที่สามในการดำเนินการดังกล่าวซึ่งอาจต้องใช้อินเทอร์เน็ตโปรโตคอลแอดเดรส (IP Address) และคุกกี้เพื่อวิเคราะห์เชื่อมโยงข้อมูล และประมวลผลตามวัตถุประสงค์ทางการตลาด ท่านสามารถตั้งค่าคุกกี้ได้เมื่อท่านเข้าสู่เว็บไซต์ของบริษัทฯโดยท่านสามารถเลือกได้ว่าจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้คุกกี้ทำการวิเคราะห์ เชื่อมโยงข้อมูล และประมวลผลตามวัตถุประสงค์ทางการตลาด

10. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

          ในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามขอบเขตที่กฎหมายอนุญาตให้กระทำได้ ดังนี้

1. สิทธิในการเพิกถอนความยินยอม (right to withdraw consent): ท่านมีสิทธิในการเพิกถอนความ ยินยอมในการประมวลผลข้อมูลสวนบุคคลที่ท่านได้ให้ความยินยอมกับบริษัทฯ ได้ตลอดระยะเวลาที่ ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัทฯ

2. สิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (right of access): ท่านมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของ ท่านและขอให้บริษัทฯ ทำสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว รวมถึงขอให้บริษัทฯ เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านไม่ได้ให้ความยินยอมต่อบริษัทฯ ให้แก่ท่านได้

3. สิทธิในการแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง (right to rectification): ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง หรือ เพิ่มเติมข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์

4. สิทธิในการลบข้อมูลส่วนบุคคล (right to erasure): ท่านมีสิทธิในการขอให้บริษัทฯ ทำการลบข้อมูลของ ท่านด้วยเหตุบางประการได้

5. สิทธิในการระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล (right to restriction of processing): ท่านมีสิทธิในการให้บริษัทฯระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

6. สิทธิในการให้โอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล (right to data portability): ท่านมีสิทธิในการโอนย้าย ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น หรือตัวท่านเองด้วยเหตุบาง ประการได้

7. สิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (right to object): ท่านมีสิทธิในการคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านด้วยเหตุบางประการได้

ท่านสามารถติดต่อมายังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO)

อีเมล : กdpoofficer@mukinter.com เพื่อดำเนินการยื่นคำร้องขอตามสิทธิข้างต้นได้

11. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

            เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทฯ จะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บน เว็บไซต์ของบริษัทฯ

12. การติดต่อ / แจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล ในกรณีที่ท่านแจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหลมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือความกังวลเกี่ยวกับหลักการนี้ หรือท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ ตามช่องทางดังต่อไปนี้ 
คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หมายเลขโทรศัพท์ : (+66 )42-611-2222 ต่อ 541
อีเมล์แอดเดรส :  dpoofficer@mukinter.com
ช่องทางการขอใช้สิทธิ์ https://www.mukinter.com/RequestDSR
ช่องทางการแจ้งการละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล : https://www.mukinter.com/ReportPDB

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศความเป็นส่วนตัว“) อธิบายถึงวิธีการที่บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล  จำกัด  (ซึ่งต่อไปในประกาศนี้ เรียกว่า “บริษัทฯ”” หรือ “เรา” หรือ “ของเรา”) เก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกี่ยวกับการสมัครงานกับบริษัทฯ ดังต่อไปนี้ 

1. วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเฉพาะเมื่อมีเหตุผลที่เหมาะสมในการดำเนินการ และ/หรือ ที่กฎหมายกำหนดให้กระทำการได้ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบุคคลภายนอกด้วย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก ดังต่อไปนี้

1.1    เพื่อการสรรหาบุคลากรก่อนที่บริษัทฯ จะเข้าทำสัญญาจ้างแรงงานกับท่าน

1.2    เพื่อการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ในการปฏิบัติตามกฎหมายภาระข้อผูกพันตามกฎหมาย หรือตามสัญญาจ้างงาน

1.3    เพื่อประโยชน์อันชอบธรรมและการปฏิบัติตามกฎหมายของบริษัทฯ ที่จะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน โดยยังคงคำนึงถึงสิทธิขั้นพื้นฐานของท่านนั้นไม่เหนือไปกว่าประโยชน์ของบริษัทฯ

1.4    เพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งโดยเฉพาะ ตามความยินยอมที่ท่านให้แก่บริษัทฯ ในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหลากหลายประเภท โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯเก็บรวบรวมนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่แตกต่างกันออกไปของกระบวนการสรรหาบุคลากรและว่าจ้างพนักงานของบริษัท

2.1      แหล่งข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

         บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น

          (2.1.1)  ข้อมูลที่ได้จากท่านโดยตรง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหาบุคลากร การขอรับทุนการศึกษา การรับสมัครฝึกงาน (เช่น ใบสมัครงาน, ใบรับสมัครฝึกงาน, ใบสมัครขอรับทุนการศึกษา,  ประวัติการทำงานโดยย่อ (CV หรือเรซูเม่ (Resume)) รวมไปถึง เอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ เป็นต้น

(2.1.2)  ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากเว็บไซต์รับสมัครงาน (Recruiter Website) ตัวแทนจัดหางาน (Headhunter) หรือจากพนักงานปัจจุบันของบริษัทฯ

(2.1.3)  ข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รับระหว่างกระบวนการสรรหาบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ได้รับจากการโทรศัพท์หรือวีดีโอคอล (Video Call)

(2.1.4)  ข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รับหรืออาจได้รับเมื่อท่านเข้าใช้ระบบ เครื่องมือ หรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ

(2.1.5)  ใบสมัครงาน หรือข้อมูลต่าง ๆ ในเอกสารที่ท่านได้ให้ข้อมูลไว้กับบริษัทฯ เมื่อเริ่มต้นหรือระหว่างกระบวนการสรรหาบุคลากร

(2.1.6)  การสนทนาโต้ตอบกับท่านโดยการสัมภาษณ์ ประชุม หรือโดยวิธีอื่น เช่น อุปกรณ์บันทึกภาพและ/หรือเสียง เป็นต้น

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลอื่น เช่น เอกสารอ้างอิงจากนายจ้างเดิม (เช่น ระยะเวลาการทำงาน ผลการปฏิบัติงานระหว่างการทำงานให้กับนายจ้างเดิม เป็นต้น) ข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น LinkedIn, JobsDB, Facebook เป็นต้น ข้อมูลที่ได้จากผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติการทำงาน ข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิต และข้อมูลประวัติอาชญากรรม

2.2    ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

ประเภทของ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

(2.2.1) ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส สถานภาพทางทหาร หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวที่ปรากฎอยู่บนเอกสารที่ราชการออกให้เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน สัญชาติ ภาพบนบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ ลายมือชื่อ   ข้อมูลการยืนยันตัวตน ภาพถ่าย  ภาพหรือบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV)

(2.2.2) ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์

(2.2.3) ข้อมูลการศึกษา เช่น รายละเอียดประวัติการศึกษา ใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) หลักฐานการจบการศึกษา

(2.2.4) ข้อมูลครอบครัว เช่น ชื่อ และข้อมูลการติดต่อของสมาชิกในครอบครัว รวมทั้ง                บุคคลที่เป็นคู่สมรส และบุตร

(2.2.5) ข้อมูลการทำงาน เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพ การเป็นสมาชิกองค์กรทางวิชาชีพ ความเห็นของนายจ้าง คุณสมบัติ ทักษะ ประสบการณ์ การฝึกอบรม และประวัติการทำงาน (CV หรือ Resume)

(2.2.6) ข้อมูลทางการเงินและธุรกรรม: ข้อมูลเงินเดือน และผลประโยชน์ของท่าน (เช่น โบนัส, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินบำนาญ และการประกันภัย)

(2.2.7) ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รับหรืออาจจะได้รับระหว่างการสัมภาษณ์งาน

(2.2.8) ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Personal Data) เช่นข้อมูลศาสนาที่นับถือ เชื้อชาติ ข้อมูลสุขภาพ ข้อมูลทางการแพทย์ เป็นต้น 

ทั้งนี้  บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวของท่านบางประเภท เพื่อใช้ในการสรรหาและพิจารณาบุคลากร อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ จะไม่เก็บรวบรวม ใช้ และ/หรือ เปิดเผยข้อมูลประเภทนี้ โดยไม่ได้รับความยินยอมจากท่าน เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายอนุญาตให้สามารถกระทำได้

2.3    การปฏิเสธให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ

         ในกรณีที่บริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทฯ เราอาจปฏิเสธการดำเนินการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

3. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัทฯ ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

3.1  ฐานสัญญา (Contract) ใช้ในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวมรวบ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปนี้

  • เพื่อดำเนินการใด ๆ อันเกี่ยวข้องกับการสมัครงานของท่าน
  • เพื่อยืนยันตัวตนของท่าน
  • เพื่อประเมินความสามารถ คุณสมบัติ และความเหมาะสมกับตำแหน่ง
  • เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติ และการอ้างอิง ในกรณีที่สามารถกระทำได้
  • เพื่อติดต่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาบุคลากร
  • เพื่อจัดทำบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการว่าจ้างของบริษัทฯ

3.2  ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) ใช้ในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวมรวบ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย

3.3  ฐานความยินยอม (Consent) ใช้ในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวมรวบ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล  เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติ และการอ้างอิง ในกรณีที่สามารถกระทำได้เท่าที่ได้รับความยินยอมจากท่าน

3.4  ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)  ใช้ในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวมรวบ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันอาชญากรรม และบริหารจัดการความปลอดภัยของบริษัทฯ เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายใน และโดยรอบบริษัทฯ ซึ่งอาจมีการเก็บภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียงของท่าน

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

  •    การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น

                  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการสรรหาว่าจ้างบุคลากร เราอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอ้างอิง  สถาบันการศึกษา (เช่น มหาวิทยาลัย วิทยาลัย เป็นต้น) เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ และ/หรือบุคคลภายนอกที่ดำเนินการตรวจสอบประวัติในนามของบริษัทฯ (เช่น บริษัทข้อมูลเครดิต หน่วยงานตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เป็นต้น) ก็ได้

4.2      การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

          บริษัทฯ อาจต้องส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อจัดเก็บ และ/หรือ ประมวลผลในการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างท่าน และบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และจะกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมและบังคับใช้อย่างเป็นระบบภายในบริษัทฯ

5. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

          บริษัทฯอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลที%อยู่ภายนอกประเทศไทยซึ่งประเทศปลายทางอาจไม่มีระดับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้องมูลส่วนบุคคลเท่าเทียมกับประเทศไทย บริษัทฯ จะดําเนินการตามมาตรการเพือจะทําให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกโอนไปยังต่างประเทศโดยปลอดภัยและผู้รับมีมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เพียงพอ หรือเป็นไปตามเงื่อนไขตามที่กฎหมายกําหนด  บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่าน หากเราจําเป็นต้องได้รับความยินยอมของท่านในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศตามที่กฎหมายกําหนด

6. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลดังกล่าว โดยบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 10  ปี นับจากวันที่สิ้นสุดสัญฯจ้าง โดยบริษัทฯ จะทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมาย หรือเหตุผลทางเทคนิครองรับ บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลานั้น

7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ จะเคารพสิทธิของท่านและจะดำเนินการตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้สถานการณ์บางประการ อย่างทันท่วงที โดยท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

7.1    สิทธิในการขอถอนความยินยอม

        ในกรณีที่บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมที่จะให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปหากบริษัทฯ สามารถใช้ฐานอื่นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.2    สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิในการขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัทฯ

7.3    สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์

7.4    สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ในกรณีที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป โดยท่านสามารถใช้สิทธิในการขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลนี้ควบคู่ไปกับสิทธิในการคัดค้านในข้อถัดไป อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธินี้จะต้องไม่เป็นการใช้สิทธิเพื่อขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด โดยบริษัทฯ จะพิจารณาแต่ละคำขอด้วยความระมัดระวังตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.5    สิทธิในการคัดค้าน

        ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ประมวลผลภายใต้ฐานผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากบริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การบันทึกและวิเคราะห์ลักษณะทางจิตวิทยาและพฤติกรรมของบุคคล (Profiling)

7.6    สิทธิในการขอให้มีการระงับการประมวลผล

        ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านชั่วคราว เช่น เมื่อท่านต้องการให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หรือเมื่อท่านร้องขอให้บริษัทฯ พิสูจน์เหตุผล หรือฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.7    สิทธิในการส่งหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

        ในบางกรณี ท่านสามารถขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่สามารถใช้งานโดยทั่วไปได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น สิทธิดังกล่าวนี้จะใช้ได้เฉพาะในกรณีของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านส่งมอบให้แก่บริษัทฯ และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้กระทำโดยอาศัยความยินยอมของท่าน หรือในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการประมวลผลเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามภาระข้อผูกพันภายใต้สัญญาได้

7.8    สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน

        ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ท่านเห็นว่า บริษัทฯ หรือพนักงานของบริษัทฯ หรือผู้ให้บริการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือประกาศอื่น ๆ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับดังกล่าว ท่านอาจใช้สิทธิข้างตนของท่านได้ตลอดเวลา โดยติดต่อบริษัทฯ ผ่านทางช่องทางการติดต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 10.

บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลบางประการจากท่านเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของท่านและรับรองสิทธิของท่านในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (หรือเพื่อใช้สิทธิอื่นใด) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยที่จะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว

บริษัทฯ จะใช้ความพยายามในการตอบกลับคำขอที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดภายใน 30 วัน ในบางกรณี บริษัทฯ อาจใช้เวลามากกว่า 30 วันหากคำขอของท่านมีความซับซ้อน หรือท่านยื่นคำขอเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งคำขอ ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบและจะทำการแจ้งสถานะของคำขอให้ท่านทราบอยู่เสมอ

8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Safeguards) มาตรการเชิงการบริหารจัดการ (Administrative Safeguards) และเชิงกายภาพ (Physical Safeguards) เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของเรา

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดยทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเราได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม ทั้งนี้ โดยพิจารณาดำเนินการสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2563 และ ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 รวมทั้งประกาศหรือคำสั่งอื่นของทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

9. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

            เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทฯ จะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บน เว็บไซต์ของบริษัทฯ

10. การติดต่อ / แจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล

ในกรณีที่ท่านแจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหลมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือความกังวลเกี่ยวกับหลักการนี้ หรือท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ ตามช่องทางดังต่อไปนี้  คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หมายเลขโทรศัพท์ : (+66 )42-611-2222 ต่อ 541
อีเมล์แอดเดรส :  dpoofficer@mukinter.com
ช่องทางการขอใช้สิทธิ์ https://www.mukinter.com/RequestDSR
ช่องทางการแจ้งการละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล : https://www.mukinter.com/ReportPDB

ประกาศความเป็นส่วนตัวฉบับนี้ (“ประกาศความเป็นส่วนตัว“) อธิบายถึงวิธีการที่บริษัท โรงพยาบาลมุกดาหารอินเตอร์เนชั่นแนล  จำกัด  (ซึ่งต่อไปในประกาศนี้ เรียกว่า “บริษัทฯ”” หรือ “เรา” หรือ “ของเรา”) เก็บรวบรวม การใช้ และ/หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกี่ยวกับการสมัครงานกับบริษัทฯ ดังต่อไปนี้ 

1.วัตถุประสงค์ของการเก็บรวบรวม การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

1.1 บริษัทประมวลผลข้อมูลของพนักงานภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อการดำเนินการตามสัญญาจ้างแรงงาน สัญญาอื่นใดที่ท่านเป็นคู่สัญญากับบริษัท ซึ่งบริษัทจำเป็นต้องได้รับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทั้งนี้ หากท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแก่บริษัท อาจมีผลกระทบทางกฎหมาย หรืออาจทำให้บริษัท ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่หรือไม่สามารถให้สิทธิภายใต้สัญญาที่ได้เข้าทำกับท่าน หรือไม่สามารถเข้าทำสัญญากับท่านได้ (แล้วแต่กรณี) ในกรณีดังกล่าว บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

1.2 ในกรณีที่บริษัทจะดำเนินการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในลักษณะ และ/หรือเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่กำหนด บริษัทจะจัดให้มีประกาศเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติม และ/หรือแจ้งไปยังท่านเพื่ออธิบายการประมวลผลข้อมูลในลักษณะดังกล่าว โดยท่านควรอ่านประกาศเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องร่วมกับประกาศฉบับนี้ และ/หรือหนังสือดังกล่าว (แล้วแต่กรณี)

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ เก็บรวบรวมและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลหลากหลายประเภท โดยประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทฯเก็บรวบรวมนั้นขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุการณ์ที่แตกต่างกันออกไปของกระบวนการสรรหาบุคลากรและว่าจ้างพนักงานของบริษัท

2.1      แหล่งข้อมูลที่เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคล

         บริษัทฯ เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย เช่น

          (2.1.1)  ข้อมูลที่ได้จากท่านโดยตรง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสรรหาบุคลากร การขอรับทุนการศึกษา การรับสมัครฝึกงาน (เช่น ใบสมัครงาน, ใบรับสมัครฝึกงาน, ใบสมัครขอรับทุนการศึกษา,  ประวัติการทำงานโดยย่อ (CV หรือเรซูเม่ (Resume)) รวมไปถึง เอกสารยืนยันตัวตน เช่น บัตรประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ เป็นต้น

(2.1.2)  ข้อมูลที่บริษัทได้รับจากเว็บไซต์รับสมัครงาน (Recruiter Website) ตัวแทนจัดหางาน (Headhunter) หรือจากพนักงานปัจจุบันของบริษัทฯ

(2.1.3)  ข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รับระหว่างกระบวนการสรรหาบุคลากร ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลที่ได้รับจากการโทรศัพท์หรือวีดีโอคอล (Video Call)

(2.1.4)  ข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รับหรืออาจได้รับเมื่อท่านเข้าใช้ระบบ เครื่องมือ หรือเว็บไซต์ของบริษัทฯ

(2.1.5)  ใบสมัครงาน หรือข้อมูลต่าง ๆ ในเอกสารที่ท่านได้ให้ข้อมูลไว้กับบริษัทฯ เมื่อเริ่มต้นหรือระหว่างกระบวนการสรรหาบุคลากร

(2.1.6)  การสนทนาโต้ตอบกับท่านโดยการสัมภาษณ์ ประชุม หรือโดยวิธีอื่น เช่น อุปกรณ์บันทึกภาพและ/หรือเสียง เป็นต้น

ในบางกรณี บริษัทฯ อาจเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบุคคลอื่น เช่น เอกสารอ้างอิงจากนายจ้างเดิม (เช่น ระยะเวลาการทำงาน ผลการปฏิบัติงานระหว่างการทำงานให้กับนายจ้างเดิม เป็นต้น) ข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เช่น LinkedIn, JobsDB, Facebook เป็นต้น ข้อมูลที่ได้จากผู้ให้บริการตรวจสอบประวัติการทำงาน ข้อมูลจากบริษัทข้อมูลเครดิต และข้อมูลประวัติอาชญากรรม

2.2    ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย

ประเภทของ “ข้อมูลส่วนบุคคล” ของท่านที่บริษัทฯ เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผย (รวมเรียกว่า “ประมวลผล”) ภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงข้อมูลส่วนบุคคลดังต่อไปนี้

(2.2.1) ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ วันเดือนปีเกิด สถานภาพการสมรส สถานภาพทางทหาร หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน หมายเลขหนังสือเดินทาง หมายเลขอื่น ๆ ที่ทางราชการออกให้ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวที่ปรากฎอยู่บนเอกสารที่ราชการออกให้เพื่อใช้ในการยืนยันตัวตน สัญชาติ ภาพบนบัตรประจำตัวประชาชน หนังสือเดินทาง ใบอนุญาตขับขี่ ลายมือชื่อ   ข้อมูลการยืนยันตัวตน ภาพถ่าย  ภาพหรือบันทึกจากกล้องวงจรปิด (CCTV)

(2.2.2) ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล์

(2.2.3) ข้อมูลการศึกษา เช่น รายละเอียดประวัติการศึกษา ใบรับรองผลการศึกษา (Transcript) หลักฐานการจบการศึกษา

(2.2.4) ข้อมูลครอบครัว เช่น ชื่อ และข้อมูลการติดต่อของสมาชิกในครอบครัว รวมทั้ง                บุคคลที่เป็นคู่สมรส และบุตร

(2.2.5) ข้อมูลการทำงาน เช่น รายละเอียดเกี่ยวกับอาชีพ การเป็นสมาชิกองค์กรทางวิชาชีพ ความเห็นของนายจ้าง คุณสมบัติ ทักษะ ประสบการณ์ การฝึกอบรม และประวัติการทำงาน (CV หรือ Resume)

(2.2.6) ข้อมูลทางการเงินและธุรกรรม: ข้อมูลเงินเดือน และผลประโยชน์ของท่าน (เช่น โบนัส, กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินบำนาญ และการประกันภัย)

(2.2.7) ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลที่บริษัทฯ ได้รับหรืออาจจะได้รับระหว่างการสัมภาษณ์งาน

          2.3 ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว

ในกรณีที่จำเป็นบริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน โดยได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน ตามแบบฟอร์มการขอความยอนยอมสำหรับการประมวลผลข้อมูลอ่อนไหว ซึ่งบริษัทจะใช้ความพยายามอย่างดีที่สุดในการจัดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพียงพอ เพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวของท่าน ทั้งนี้ บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าว เพื่อวัตถุประสงค์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ และตามวัตถุประสงค์ที่บริษัทแจ้งไว้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(2.3.1) ข้อมูลสุขภาพ เช่น ความพิการ โรคประจำตัว ตาบอดสี ผลการตรวจร่างกาย หมู่โลหิต ใบรับรองแพทย์ ประวัติการรักษาพยาบาล เพื่อการคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม สวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของพนักงานตามสิทธิของพนักงาน การประเมินความสามารถในการทำงาน รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

(2.3.2)ข้อมูลชีวภาพ (biometric data) เช่น ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ภาพจำลองใบหน้า เพื่อบันทึกการเข้า-ออกสถานที่ทำงาน หรือสถานที่ของบริษัท หรือเพื่อใช้ในการระบุและยืนยันตัวตนของท่าน การรักษาความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน การป้องกันอาชญากรรม

(2.3.13ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติอาชญากรรม ซึ่งจะเก็บจากการเอกสารที่ท่านนำมาแสดง หรือหรือท่านยินยอมให้ตรวจสอบจากหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพื่อพิจารณาความเหมาะสมในการปฏิบัติงาน เฉพาะบางตำแหน่งที่บริษัทกำหนด

(2.3.4)ข้อมูลเกี่ยวกับศาสนา เพื่อประกอบการจัดให้มีสิ่งอำนวยความสะดวก กิจกรรม และสวัสดิการที่เหมาะสมกับพนักงาน รวมถึงเพื่อใช้ในการบริหารจัดการด้านการดูแลพนักงานอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรมตามหลักสิทธิมนุษยชน

(2.3.5)ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวอื่น ๆ ตามวัตถุประสงค์อันชอบด้วยกฎหมาย เช่น เพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคลในกรณีที่ท่านไม่สามารถให้ความยินยอมได้ และเพื่อเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะด้วยความยินยอมโดยชัดแจ้งของท่าน เพื่อใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน การประกันสังคม และสวัสดิการของพนักงาน

ทั้งนี้ในกรณีที่ท่านไม่ประสงค์ให้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว ตามที่ระบุในข้อ 3.2.1 แต่ข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหวดังกล่าวปรากฏอยู่บนบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน หรือเอกสารอื่นใดที่ท่านได้สมัครใจเปิดเผยไว้ต่อบริษัท เช่น เชื้อชาติ ข้อมูลหมู่โลหิต หรือข้อมูลศาสนา และท่านได้ทำการส่งมอบข้อมูลใด ๆ ซึ่งปรากฏข้อมูลที่มีลักษณะเช่นว่านี้ให้แก่บริษัทไม่ว่าจะเป็นการส่งมอบข้อมูลในลักษณะเป็นเอกสาร หรือสื่ออื่นใด บริษัทแนะนำให้ท่านเป็นผู้ปกปิดข้อมูลอ่อนไหวเหล่านี้ ด้วยตัวท่านเอง โดยวิธีการขีดฆ่าข้อมูลส่วนบุคคลอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม หากท่านมิได้ปกปิดข้อมูลด้วยตัวท่านเอง บริษัทถือว่าท่านได้อนุญาตโดยชัดแจ้งให้บริษัททำการปกปิดข้อมูลเหล่านี้ให้แก่ท่าน และให้ถือว่าข้อมูลที่ท่านส่งมอบมานี้ ซึ่งบริษัทได้จัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวให้แก่ท่านแล้วเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ ใช้บังคับได้ตามกฎหมายทุกประการ และให้บริษัทสามารถนำไปประมวลผลได้ภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ทั้งนี้ หากเป็นกรณีที่บริษัทไม่สามารถจัดการปกปิดข้อมูลอ่อนไหวแก่ท่านได้เนื่องด้วยปัญหาเชิงเทคนิค หรือปัญหาอื่นใด บริษัทจะทำการจัดเก็บข้อมูลอ่อนไหวนี้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของเอกสารยืนยันตัวตนของท่านเท่านั้น

2.4   การปฏิเสธให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่บริษัทฯ

         ในกรณีที่บริษัทฯ จำเป็นต้องเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน และท่านไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านแก่บริษัทฯ บริษัทอาจมีความจำเป็นต้องปฏิเสธการเข้าทำสัญญากับท่าน หรือการให้สิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับท่าน ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน

3. การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล

ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และฐานทางกฎหมาย โดยบริษัทฯ ได้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวโดยใช้ฐานทางกฎหมายดังต่อไปนี้

3.1  ฐานสัญญา (Contract) ใช้ในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวมรวบ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลต่อไปนี้

  • เพื่อดำเนินการใด ๆ อันเกี่ยวข้องกับการสมัครงานของท่าน
  • เพื่อยืนยันตัวตนของท่าน
  • เพื่อประเมินความสามารถ คุณสมบัติ และความเหมาะสมกับตำแหน่ง
  • เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติ และการอ้างอิง ในกรณีที่สามารถกระทำได้
  • เพื่อติดต่อสื่อสารกับท่านเกี่ยวกับกระบวนการสรรหาบุคลากร
  • เพื่อจัดทำบันทึกเกี่ยวกับกระบวนการว่าจ้างของบริษัทฯ

3.2  ฐานการปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation) ใช้ในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวมรวบ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย

3.3  ฐานความยินยอม (Consent) ใช้ในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวมรวบ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล  เพื่อดำเนินการตรวจสอบประวัติ และการอ้างอิง ในกรณีที่สามารถกระทำได้เท่าที่ได้รับความยินยอมจากท่าน

3.4  ฐานประโยชน์อันชอบธรรม (Legitimate Interest)  ใช้ในวัตถุประสงค์ของการเก็บรวมรวบ การใช้ และการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันอาชญากรรม และบริหารจัดการความปลอดภัยของบริษัทฯ เช่น ติดตั้งกล้องวงจรปิดภายใน และโดยรอบบริษัทฯ ซึ่งอาจมีการเก็บภาพ ภาพเคลื่อนไหว และเสียงของท่าน

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ อาจเปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้แก่บุคคลภายนอก เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ดังต่อไปนี้

  •    การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่น

                  เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการสรรหาว่าจ้างบุคลากร เราอาจจะเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบุคคลอ้างอิง  สถาบันการศึกษา (เช่น มหาวิทยาลัย วิทยาลัย เป็นต้น) เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่ท่านให้ไว้กับบริษัทฯ ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัทฯ และ/หรือบุคคลภายนอกที่ดำเนินการตรวจสอบประวัติในนามของบริษัทฯ (เช่น บริษัทข้อมูลเครดิต หน่วยงานตรวจสอบประวัติอาชญากรรม เป็นต้น) ก็ได้

4.2      การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

          บริษัทฯ อาจต้องส่ง หรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังต่างประเทศ เพื่อจัดเก็บ และ/หรือ ประมวลผลในการปฏิบัติตามสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างท่าน และบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะไม่อนุญาตให้บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว และจะกำหนดให้มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมและบังคับใช้อย่างเป็นระบบภายในบริษัทฯ

5. การโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ

          บริษัทฯอาจเปิดเผยหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังผู้รับข้อมูลส่วนบุคคลที%อยู่ภายนอกประเทศไทยซึ่งประเทศปลายทางอาจไม่มีระดับมาตรฐานการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้องมูลส่วนบุคคลเท่าเทียมกับประเทศไทย บริษัทฯ จะดําเนินการตามมาตรการเพือจะทําให้มั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกโอนไปยังต่างประเทศโดยปลอดภัยและผู้รับมีมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในระดับที่เพียงพอ หรือเป็นไปตามเงื่อนไขตามที่กฎหมายกําหนด  บริษัทฯ จะขอความยินยอมจากท่าน หากเราจําเป็นต้องได้รับความยินยอมของท่านในการโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศตามที่กฎหมายกําหนด

6. การเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม และประมวลผลข้อมูลดังกล่าว โดยบริษัทฯ จะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นระยะเวลา 10  ปี นับจากวันที่สิ้นสุดสัญฯจ้าง โดยบริษัทฯ จะทำลาย ลบ หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นทางกฎหมาย หรือเหตุผลทางเทคนิครองรับ บริษัทฯ อาจเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้นานกว่าระยะเวลานั้น

7. สิทธิของท่านในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ท่านมีสิทธิในข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทฯ จะเคารพสิทธิของท่านและจะดำเนินการตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ หรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลของท่านภายใต้สถานการณ์บางประการ อย่างทันท่วงที โดยท่านมีสิทธิดำเนินการเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านดังต่อไปนี้

7.1    สิทธิในการขอถอนความยินยอม

        ในกรณีที่บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านโดยอาศัยความยินยอมของท่าน ท่านมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมที่จะให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านได้ตลอดเวลา ทั้งนี้ บริษัทฯ อาจประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปหากบริษัทฯ สามารถใช้ฐานอื่นในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.2    สิทธิในการขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิในการขอสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจากบริษัทฯ

7.3    สิทธิในการขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสมบูรณ์

7.4    สิทธิในการขอลบข้อมูลส่วนบุคคล

        ท่านมีสิทธิร้องขอให้บริษัทฯ ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไม่สามารถระบุตัวตนของท่านได้ในกรณีที่ไม่มีเหตุผลอันสมควรให้บริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไป โดยท่านสามารถใช้สิทธิในการขอให้บริษัทฯ ลบข้อมูลส่วนบุคคลนี้ควบคู่ไปกับสิทธิในการคัดค้านในข้อถัดไป อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธินี้จะต้องไม่เป็นการใช้สิทธิเพื่อขอให้ลบข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมด โดยบริษัทฯ จะพิจารณาแต่ละคำขอด้วยความระมัดระวังตามบทบัญญัติของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.5    สิทธิในการคัดค้าน

        ท่านมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่บริษัทฯ ประมวลผลภายใต้ฐานผลประโยชน์อันชอบธรรมของบริษัทฯ นอกจากนี้ ท่านยังมีสิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หากบริษัทฯ ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาด การบันทึกและวิเคราะห์ลักษณะทางจิตวิทยาและพฤติกรรมของบุคคล (Profiling)

7.6    สิทธิในการขอให้มีการระงับการประมวลผล

        ท่านมีสิทธิขอให้บริษัทฯ ระงับการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่านชั่วคราว เช่น เมื่อท่านต้องการให้บริษัทฯ แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง หรือเมื่อท่านร้องขอให้บริษัทฯ พิสูจน์เหตุผล หรือฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน

7.7    สิทธิในการส่งหรือโอนย้ายข้อมูลส่วนบุคคล

        ในบางกรณี ท่านสามารถขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่สามารถใช้งานโดยทั่วไปได้ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่น สิทธิดังกล่าวนี้จะใช้ได้เฉพาะในกรณีของข้อมูลส่วนบุคคลที่ท่านส่งมอบให้แก่บริษัทฯ และการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวได้กระทำโดยอาศัยความยินยอมของท่าน หรือในกรณีที่ข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวจำเป็นต้องได้รับการประมวลผลเพื่อให้สามารถปฏิบัติตามภาระข้อผูกพันภายใต้สัญญาได้

7.8    สิทธิในการยื่นข้อร้องเรียน

        ท่านมีสิทธิยื่นข้อร้องเรียนต่อหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกรณีที่ท่านเห็นว่า บริษัทฯ หรือพนักงานของบริษัทฯ หรือผู้ให้บริการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือประกาศอื่น ๆ ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายฉบับดังกล่าว ท่านอาจใช้สิทธิข้างตนของท่านได้ตลอดเวลา โดยติดต่อบริษัทฯ ผ่านทางช่องทางการติดต่อตามที่ระบุไว้ในข้อ 10.

บริษัทฯ อาจมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลบางประการจากท่านเพื่อใช้ในการยืนยันตัวตนของท่านและรับรองสิทธิของท่านในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคล (หรือเพื่อใช้สิทธิอื่นใด) เพื่อให้เป็นไปตามมาตรการความปลอดภัยที่จะทำให้ท่านมั่นใจได้ว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านจะไม่ถูกเปิดเผยต่อบุคคลที่ไม่มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลดังกล่าว

บริษัทฯ จะใช้ความพยายามในการตอบกลับคำขอที่ถูกต้องตามกฎหมายทั้งหมดภายใน 30 วัน ในบางกรณี บริษัทฯ อาจใช้เวลามากกว่า 30 วันหากคำขอของท่านมีความซับซ้อน หรือท่านยื่นคำขอเข้ามาเป็นจำนวนมากกว่าหนึ่งคำขอ ในกรณีดังกล่าว บริษัทฯ จะแจ้งให้ท่านทราบและจะทำการแจ้งสถานะของคำขอให้ท่านทราบอยู่เสมอ

8. มาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทฯ มีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอย่างเหมาะสม ทั้งในมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Safeguards) มาตรการเชิงการบริหารจัดการ (Administrative Safeguards) และเชิงกายภาพ (Physical Safeguards) เพื่อป้องกันมิให้ข้อมูลสูญหาย หรือมีการเข้าถึง ลบ ทำลาย ใช้ เปลี่ยนแปลง แก้ไข หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Policy) ของเรา

นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขึ้นโดยประกาศให้ทราบกันโดยทั่วทั้งองค์กร พร้อมแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล โดยธำรงไว้ซึ่งความเป็นความลับ (Confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (Integrity) และสภาพพร้อมใช้งาน (Availability) ของข้อมูลส่วนบุคคล โดยเราได้จัดให้มีการทบทวนนโยบายดังกล่าวรวมถึงประกาศนี้ในระยะเวลาตามที่เหมาะสม ทั้งนี้ โดยพิจารณาดำเนินการสอดคล้องกับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล  ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2563 และ ประกาศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เรื่อง มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 รวมทั้งประกาศหรือคำสั่งอื่นของทางสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 

9. การเปลี่ยนแปลงประกาศความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice)

            เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เอกสารแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) ฉบับนี้ อาจมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในแต่ละคราว โดยบริษัทฯ จะแสดงฉบับที่เป็นปัจจุบันไว้บน เว็บไซต์ของบริษัทฯ

10.การติดต่อ / แจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล ในกรณีที่ท่านแจ้งเหตุละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหลมีข้อสงสัย ข้อเสนอแนะ หรือความกังวลเกี่ยวกับหลักการนี้ หรือท่านมีข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ท่านสามารถติดต่อบริษัท ได้ ตามช่องทางดังต่อไปนี้ 
คณะทำงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
หมายเลขโทรศัพท์ : (+66 )42-611-2222 ต่อ 541
อีเมล์แอดเดรส :  dpoofficer@mukinter.com
ช่องทางการขอใช้สิทธิ์ https://www.mukinter.com/RequestDSR
ช่องทางการแจ้งการละเมิดหรือข้อมูลรั่วไหล : https://www.mukinter.com/ReportPDB